posttoday
ย่ำถิ่นซากุระ ไขรหัส 'ลอฟท์' ครบ 13 ปีคู่สยามกิสคัฟเวอรี่

ย่ำถิ่นซากุระ ไขรหัส 'ลอฟท์' ครบ 13 ปีคู่สยามกิสคัฟเวอรี่

26 กุมภาพันธ์ 2553

...ดวงใจ จิตต์มงคล

ในโอกาสที่ปีนี้ธุรกิจร้านค้าปลีกพิเศษ (Specialty Store) แบรนด์ “ลอฟท์” เชนค้าปลีกชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น ดำเนินกิจการครบ 13 ปีในประเทศไทย ภายใต้การบริหารของบริษัท บีไอเอชซี เทรดดิ้ง ในเครือบริษัท สยามพิวรรธน์ ผู้บริหารธุรกิจศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่และสยามเซ็นเตอร์ ได้เชิญสื่อมวลชนไทยร่วม 10 ชีวิต เดินทางไปยังแดนซามูไร เยี่ยมชมต้นตำรับร้าน “ลอฟท์” ช่วงระหว่างวันที่ 1822 ก.พ. ที่ผ่านมา

“ลอฟท์” ประเทศญี่ปุ่น เปิดให้บริการสาขาแรกในปี 2526 ย่านชิบูยา กรุงโตเกียว ถัดมาในปี 2530 ที่เมืองโอซากา จนถึงปัจจุบันมีสาขาร้านทั่วประเทศญี่ปุ่นรวมทั้งสิ้น 56 แห่ง แบ่งออกเป็น 49 สาขาที่บริษัท ลอฟท์ ลงทุนเอง และ 17 สาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ ภายใต้การบริหารของ โยชิฮารุ เอนโด ประธานบริษัท ลอฟท์ คนปัจจุบัน

ขณะที่ภาพรวมธุรกิจร้านลอฟท์ในประเทศญี่ปุ่นมี 4 รูปแบบ คือ ไซส์แอล จะมีพื้นที่ 2,0006,000 ตร.ม. มีจำนวน 18 แห่ง ไซส์เอ็ม พื้นที่ขนาด 1,5002,000 ตร.ม. จำนวน 6 แห่ง ขนาดกะทัดรัด หรือคอมแพกต์ มีพื้นที่ 6001,500 ตร.ม. มีจำนวนมากสุด 26 แห่ง และสุดท้ายขนาดเล็ก หรือ มินิไซส์ มีพื้นที่ 250500 ตร.ม. เปิดให้บริการ 6 แห่ง และมีการว่าจ้างพนักงานรวมกว่า 3,900 อัตราในปัจจุบัน

การที่ “ลอฟท์” มีรูปแบบร้านขนาดเล็กใหญ่แตกต่างกันออกไปนั้น เพื่อความสะดวกคล่องตัวในการบริหารธุรกิจ ที่ผลักดันให้บริษัทมีอัตราเติบโตของยอดขายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 6 ปีที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน

ความสำเร็จของธุรกิจค้าปลีกลอฟท์นั้น เอนโด บอกว่า มาจาก 3 กลยุทธ์หลัก คือ 1.ลูกค้าจำนวนมหาศาลที่หมุนเวียนเข้ามาจับจ่ายซื้อสินค้าต่อปีอยู่ที่ประมาณ 34 ล้านราย 2.จำนวนสินค้าที่มีความหลากหลายมากกว่า 5.5 แสนชิ้น และ 3.ราคาสินค้าโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 800 เยน หรือคิดเป็นเงินบาทไทยอยู่ที่ 200 บาทต่อชิ้น ซึ่งนับว่าถูกมากหากเทียบกับค่าครองชีพในประเทศญี่ปุ่น

ส่วนสไตล์การทำงานของลอฟท์ ตามแบบฉบับญี่ปุ่น จะยึด 3 สูตรหลัก คือ ความเร็ว (Speed) พลัง (Power) และประสาทสัมผัสความรู้สึก (Senses) มาใช้เป็นส่วนผสมในการบริหารธุรกิจ อาทิ “สปีด” ในการปรับเปลี่ยนรายการสินค้าเข้าออกภายในร้านตลอดเวลาอย่างรวดเร็ว “เพาเวอร์” จากการนำสินค้าจำนวนมากมาขายได้ในราคาถูก หรือ อีโคโนมี ออฟ สเกล สุดท้าย “เซนส์” เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและตลาดได้ตรงจุด

“ลอฟท์ไม่ได้ใช้วิธีการผลิต แต่จะซื้อสินค้ามาจากบริษัทหรือซัพพลายเออร์ต่างๆ แล้วนำมาแยกขาย เพื่อสร้างให้เกิดผลกำไร แต่ไม่ใช่การซื้อมาขายไป”

กล่าวคือ เป็นการต่อยอดหรือเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าปกติทั่วไป ที่บริษัทจะนำมาพัฒนาต่อไปว่าจะนำของ 2 หรือ 3 อย่างมาจับผสมผสานกันเป็นสินค้าใหม่ ภายใต้รูปแบบบรรจุภัณฑ์หรือแพ็กเกจจิงต่างๆ ก่อนวางขาย แต่ที่สำคัญจะต้องเป็นของที่มีดีไซน์และมีเอกลักษณ์ในตัวของสินค้าเอง

วิธีการทำงานอีกอย่างหนึ่งของลอฟท์ ในประเทศญี่ปุ่น จะโดดเด่นด้วยการดึงจำนวนแขกหรือลูกค้าให้เข้าร้านได้มากๆ พร้อมกับจำนวนสินค้าที่มีให้เลือกซื้อมากมายเช่นกัน

ปัจจุบัน “ลอฟท์” แบ่งสินค้าในการจำหน่ายออกเป็น 5 กลุ่มหลัก คือ 1.กลุ่มสินค้าเครื่องเขียน 2.กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม 3.กลุ่มสินค้าครัวเรือน 4.กลุ่มของใช้ตกแต่งบ้าน และ 5.กลุ่มสินค้าหลากหลายอื่นๆ หรือ วาไรตี โปรดักต์ โดยสินค้ากลุ่มหลังนี้และเครื่องเขียนถือเป็นกลุ่มสินค้าที่มียอดขายสูงในอันดับต้นๆ ของลอฟท์

เอนโดยังได้ถ่ายทอดอีกหนึ่งเคล็ดลับสำคัญในการทำตลาดธุรกิจค้าปลีกลอฟท์ว่า ในส่วนของวิธีการขายนั้น การใช้กลยุทธ์การส่งเสริมการขายหรือโปรโมชันสินค้า เป็นสิ่งจำเป็นซึ่งร้านลอฟท์จะเลือกใช้กลยุทธ์การทำตลาดสินค้าตามแต่ละเทศกาลสำคัญ ทั้งวาเลนไทน์ ฮาโลวีน วันแม่ วันพ่อ คริสต์มาส ฯลฯ

ทั้งนี้จะไปพร้อมกับการใช้กิมมิกเล็กน้อยๆมาเป็นตัวช่วยในการสร้างบรรยากาศในการจับจ่ายซื้อสินค้า เช่น ถุงที่ใช้ใส่ของให้ลูกค้าก็จะปรับเปลี่ยนการออกแบบไปตามเทศกาลที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นๆ ด้วย

ในธุรกิจเดียวกันนี้ แบรนด์ “โตเกียว แฮนด์ส” คือ คู่แข่งตรงกับลอฟท์ หากยังไม่นับรวมธุรกิจค้าปลีกท้องถิ่นหรือเฮาส์แบรนด์ญี่ปุ่นรายอื่นที่ใช้คอนเซปต์การทำตลาดคล้ายคลึงกัน ทั้ง มูจิ, มิโดริ, วาลส์ เป็นต้น ซึ่งกลุ่มหลังนี้จัดเป็น นันไดเร็กท์ลี คอมเพ็ตติเตอร์ แต่ลอฟท์ก็ประมาทไม่ได้เช่นกัน

ท้ายสุด เอนโด มองภาพของ “ลอฟท์” ในอนาคตอันใกล้นี้ จะมียอดขายแตะอยู่ที่ 1 แสนล้านเยน และจะเปิดสาขาให้บริการได้ 100 ร้านทั่วประเทศญี่ปุ่น จากศักยภาพในการขยายสาขาเพิ่มได้ไม่ต่ำกว่า 56 แห่งต่อปี คาดสิ้นปีงบประมาณในเดือน มี.ค. จะมีสาขาลอฟท์ทั้งสิ้น 62 แห่ง

เห็นได้ชัดว่าการบริหารธุรกิจลอฟท์ให้ประสบความสำเร็จได้จนถึงปัจจุบัน หลังดำเนินกิจการมานานกว่า 20 ปีในญี่ปุ่นนั้น มาจากการผสมผสานยุทธศาสตร์ตั้งแต่ต้นน้ำ ที่ “ลอฟท์” เริ่มต้นเลือกใช้วิธีการจัดซื้อสินค้าเพื่อควบคุมต้นทุนให้ได้ต่ำสุด ด้วยสินค้าที่หลากหลาย เมื่อไปถึงหน้าร้านพร้อมให้ลูกค้าเลือกจับจ่าย จนถึงวันนี้ลอฟท์มีซัพพลายเออร์กว่า 1,200 ราย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน