
สยามสำลีฮึดสร้างแบรนด์บุกขายเต็มตัว
โพสต์ทูเดย์
— สยามสำลีทุ่ม 150 ล้านบาท สร้างแบรนด์ตัวเอง เขย่าตลาดผ้าเช็ดหน้าทำความสะอาด คาดปีแรกขึ้นผู้นำตลาดนายวิชัย รัตนวงศ์สวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามสำลี เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทใช้งบเป็นเงิน 150 ล้านบาท แบ่งเป็นงบในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซื้อเครื่องจักร และงบส่งเสริมตลาด 30 ล้านบาท เพื่อสร้างแบรนด์แคริสม่า ผ้าเช็ดหน้าทำความสะอาดอเนกประสงค์ ให้ผู้บริโภคชาวไทยรู้จักตามกระแสสุขภาพและอนามัย คาดว่าในปีแรกของการทำตลาดจะมียอดขาย 150 ล้านบาท หรือมีส่วนแบ่งในตลาดกระดาษทำความสะอาด 15
–20% จากตลาดรวม 800 ล้านบาททั้งนี้ หากบริษัททำยอดขายได้ตามเป้าที่วางไว้ คาดว่าในไม่ช้าบริษัทจะขึ้นเป็นผู้นำตลาดได้ ประกอบตลาดดังกล่าวในต่างประเทศมีอัตราการเติบโตสูง แต่ในเมืองไทยตลาดค่อยเติบโต ฉะนั้นเมื่อมีการทำตลาดเพิ่มมากขึ้น หรือมีแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดคาดว่าตลาดดังกล่าวจะเติบโตได้อีกมาก
สำหรับที่ผ่านมา บริษัท สยามสำลี ดำเนินธุรกิจรับจ้างผลิตสำลีให้กับแบรนด์ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศมาเป็นเวลามากกว่า 30 ปี ปีนี้ถือเป็นปีแรกที่บริษัทคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่และแตกไลน์ออกจำหน่ายภายในแบรนด์ของตนเอง โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายจากการรับจ้างผลิตราว 100 ล้านบาท แบ่งเป็นการจำหน่ายในประเทศ 50% และที่เหลือส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นลูกค้าหลัก
“
หากรวมยอดขายจากการรับจ้างผลิตและยอดขายของแบรนด์ใหม่ คาดว่าปีนี้จะมียอดขายประมาณ 250 ล้านบาทซึ่งบริษัทเล็งเห็นว่าตลาดสำลีในประเทศไทย โดยเฉพาะตลาดโรงพยาบาลที่บริษัทเคยมียอดขายเป็นสัดส่วนหลักถึง 50% มีการแข่งขันทางด้านราคาอย่างรุนแรง บริษัทจึงปรับเปลี่ยนมารับจ้างผลิตและขายตรงกับผู้บริโภคทดแทน” นายวิชัย กล่าวนอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนสร้างแบรนด์สำลีจำหน่ายเองอีกด้วย คาดว่าจะได้เห็นภายในปีนี้ และมีแผนผลิตสินค้ารุ่นใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องส่วนในช่วงกลางปี บริษัทมีแผนที่จะส่งสินค้าใหม่และเป็นสินค้าที่ไม่เคยมีในตลาดเมืองไทยมาก่อน คือ ผ้าเช็ดทำความสะอาดแท่งชนิดอัด มาทำตลาด และในช่วงปลายปีบริษัทจะวางจำหน่ายผ้าเช็ดหน้าทำความสะอาดแบรนด์ แคริสม่า ขนาดใหญ่หรือชนิด 80 แผ่น จากปัจจุบันที่บริษัทจะวางจำหน่ายเฉพาะขนาดเล็ก 10 แผ่น เท่านั้น
สำหรับช่องทางการจัดจำหน่าย ในระยะเริ่มต้นบริษัทได้รวมกับแมคโดนัลน์ ทดลองแจกผ้าเช็ดหน้าทำความสะอาดขนาด 3 ชิ้น จำนวน 1 แสนชิ้น และวางจำหน่ายใน ปั้มน้ำมัน, จัสโก้, เทสโก โลตัส เป็นต้น โดยนับจากนี้บริษัทจะพยายามขยายช่องทางจัดจำหน่ายไปยังร้านสะดวกซื้อต่างๆ และห้างสรรพสินค้า







