posttoday
ทางออกโอนหนี้1.14ล้านล.

ทางออกโอนหนี้1.14ล้านล.

01 มกราคม 2555

ข่าวเด่นการเงินในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เห็นจะเป็นเรื่องที่ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์

ข่าวเด่นการเงินในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เห็นจะเป็นเรื่องที่ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์

ออกมาเปิดเผยถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าเห็นด้วยในหลักการที่จะให้มีการโอนหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ) จำนวน 1.14 ล้านล้านบาท คืนกลับไปที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพราะรัฐบาลเห็นว่าที่ผ่านมากระทรวงการคลังยอมแบกหนี้ก้อนนี้ด้วยการจ่ายดอกเบี้ยปีละ 6-7 หมื่นล้านบาท มาเป็นเวลานานกว่า 14 ปี ควรถึงเวลาแล้วที่ ธปท. จะรับเอาหนี้ก้อนนี้ไปดูแลเอง

ด้านธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง ประสานเสียงกับ ประสาร ไตรรัตน์ วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. ออกโรงไม่เห็นด้วยกับการชำระหนี้ของกองทุนฟื้นฟูฯ คืน เพราะเป็นหนี้ที่เกิดจากนโยบายรัฐบาล และหาก ธปท.ต้องรับผิดชอบอาจต้องพิมพ์ธนบัตรเพิ่ม ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ธนาคารโลก และนักลงทุน

นอกจากนี้ ยังเห็นว่าภาระหนี้ไม่ว่าจะโยกไปให้ใครดูแลก็ถือเป็นหนี้สาธารณะของประเทศอยู่ดี หากรัฐบาลต้องการกู้เงินเพื่อการฟื้นฟูประเทศหลังน้ำลด 3.5 แสนล้านบาท ก็สามารถทำได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องโยกหนี้กองนี้ แต่สิ่งที่ต้องทำคือการหาคนมารับผิดชอบภาระดอกเบี้ยที่กระทรวงการคลังต้องดูแลอยู่เฉลี่ยปีละ 4.5 หมื่นล้านบาท

ทางออกโอนหนี้1.14ล้านล.

 

ขณะที่ ธปท. ก็ออกมาแจงผลดำเนินงานกองทุนติดลบอยู่ 4 แสนล้านบาท และมีขาดทุนสะสม 1.99 แสนล้านบาท เนื่องจาก 2–3 ปีที่ผ่านมา ธปท.ต้องทำหน้าที่ในการดูแลค่าเงินบาทโดยการซื้อเงินเหรียญสหรัฐและออกพันธบัตรดูดซับเงินเข้ามา ทำให้มีผลขาดทุนจากอัตราดอกเบี้ย

ล่าสุด ผลการประชุมร่วมกันระหว่าง กิตติรัตน์ ธีระชัย และคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปว่า ธีระชัยยอมถอยและชูแนวคิดเรื่องแก้กฎหมายสถาบันคุ้มครองเงินฝากใน 2 ส่วน คือ การแก้กฎหมายเพื่อให้นำเงินที่ได้จากการเรียกเก็บเงินจากสถาบันการเงิน 0.4% ของเงินฝากทั้งหมด เฉลี่ยเป็นเงินประมาณ 2.9-3 หมื่นล้านบาท และการเพิ่มการนำส่งรายได้ค่าธรรมเนียมเข้าสถาบันคุ้มครองเงินฝากด้วย เพื่อให้ได้เงินมากพอสำหรับการชำระค่าดอกเบี้ยกองทุนฟื้นฟูฯ แทนกระทรวงการคลัง

ส่งผลให้ล่าสุดธนาคารพาณิชย์ส่ายหัวกับแนวคิดของธีระชัย ที่จะออกมาล้วงเงินของสถาบันคุ้มครองเงินฝากซึ่งเป็นเงินสมทบจากประชาชน เพื่อใช้เป็นหลักประกันในการคุ้มครองเงินฝากกรณีที่เกิดสถาบันการเงินล้ม งานนี้เชื่อว่าถ้า ธีระชัย ยังลุถึงอำนาจความเป็น รมว.คลัง เพื่อเดินหน้าเรื่องนี้ จะทำให้เกิดเสียงคัดค้านจากประชาชน เพราะเชื่อว่าในที่สุดแล้วธนาคารก็ต้องผลักภาระเรื่องค่าธรรมเนียมทุกอย่างมาใส่ให้กับประชาชนอย่างแน่นอน

ด้านกรมธนารักษ์ ประกาศปรับราคา ประเมินที่ดินใหม่ที่จะเริ่มใช้ในวันที่ 1 ม.ค. 2555 โดยราคาประเมินที่ดินสูงสุดของประเทศอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้แก่ ถนนสีลม (แยกศาลาแดงถึงแยกนราธิวาสราชนครินทร์) ตารางวาละ 8.5 แสนบาท เพิ่มจากเดิมตารางวาละ 6.5 แสนบาท

ส่วนที่ดินที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมได้ขยายระยะเวลาการใช้ราคาประเมินที่ดินรอบปีบัญชี 2551-2554 ของทั้งประเทศจำนวน 13 ล้านแปลง ออกไปอีก 6 เดือน

ด้านการลงทุน ทั้งตลาดหุ้น ทองคำ ในปี 2554 ต่างพลาดเป้าหมายที่คาดไว้ ดัชนีปิดส่งท้ายที่ระดับ 1,025.32 จุด ลดลง 0.72% จากสิ้นปี 2553 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 1,032.76 จุด เพราะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงอย่างคาดไม่ถึงมากมาย โดยเฉพาะเรื่องมหาอุทกภัยในประเทศ รวมถึงวิกฤตหนี้ยุโรปร้ายแรงและลุกลามไปในหลายประเทศ

รวมทั้งปีนักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิ 5,645 ล้านบาท สถาบันขายสุทธิ 29,142 ล้านบาท ขณะที่รายย่อยมียอดซื้อสุทธิ 33,153 ล้านบาท และพอร์ตโบรกเกอร์ซื้อสุทธิ 1,634 ล้านบาท

สำหรับแนวโน้มหุ้นสัปดาห์แรกของปี 2555 ดัชนีมีโอกาสอ่อนตัวลงจากแรงขายทำกำไรของกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ซึ่งมีต้นทุนต่ำประมาณ 600 จุด และวิกฤตหนี้ยุโรปยังคงกดดันการลงทุนในระยะยาว

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน