
ดัชนีอุตฯม.ค.พุ่ง29%เพิ่ม3เดือนติดกัน สะท้อนอนาคตสดใส
แนวโน้มเศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะกำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม การส่งออก ต่างก็ปรับตัวสูงขึ้นเกินร้อย และอยู่ในแดนบวกเกือบทุกตัว รวมทั้งดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือน ม.ค. 2553 นับเป็นอีกตัวชี้วัดที่สะท้อนภาคการผลิตของไทยอยู่ในภาวะกำลังฟื้นตัว โดยมีปริมาณการผลิตและอัตราการใช้กำลังผลิตที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ได้เปิดเผยตัวเลขดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ม.ค. 2553 พบว่ามีการขยายตัวเพิ่มขึ้น 29.1% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ถือเป็นการฟื้นตัวกลับมาอยู่ในแดนบวกเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน (เดือน พ.ย. 2552 ดัชนีเพิ่มขึ้น 7.5% และเดือน ธ.ค. 2552 ดัชนีสูงขึ้น 30.7%) การขยายตัวดังกล่าวเป็นไปตามทิศทางการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก และสถานการณ์การส่งออก โดยในเดือน ม.ค. 2553 การส่งออกขยายตัวสูงมากถึง 30.8% ซึ่งการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวได้สูงถึง 27.8%
อีกทั้งยังได้รับผลจากเศรษฐกิจภายในภูมิภาคอาเซียน และตลาดใหม่ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่ความต้องการซื้อสินค้าของประชาชนก็ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจดีขึ้นตามลำดับ
สำหรับอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลต่อการขยายตัวของดัชนีฯ ในเดือน ม.ค. ประกอบด้วย อุตสาหกรรมการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ที่มีการผลิตและจำหน่ายปรับตัวเพิ่มขึ้นมากถึง 69.1% และ 70.6% ตามลำดับ ซึ่งมีสาเหตุมาจากในปีก่อนอุตสาหกรรมนี้ได้รับผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ทำให้ความต้องการในตลาดโลกลดลงอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อภาวะเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัวจึงมีคำสั่งซื้อกลับเข้ามาเป็นจำนวนมาก ส่งผลต่อการผลิตและจำหน่ายให้เริ่มคึกคักตั้งแต่ช่วงไตมาส 4 ของปี 2552 เป็นต้นมา ซึ่งตลาดจีนเป็นตลาดส่งออกที่มีการขยายตัวอย่างมาก
ขณะที่อุตสาหกรรมการผลิตหลอดอิเล็กทรอนิกส์และส่วนประกอบ การผลิตและจำหน่ายก็ปรับตัวสูงขึ้น 132.7% และ 123.8% เนื่องจากประเทศไทยมีฐานการผลิตที่แข็งแกร่งจึงสนับสนุนการขยายตัวอย่างมาก และคาดว่าปี 2553 จะมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
นอกจากนี้ อุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ ก็เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่มียอดการผลิตและจำหน่ายขยายตัวเพิ่มขึ้น 48.7% และ 61.3% ตามลำดับ เพราะภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัว ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นมากขึ้น รายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้นจากราคาพืชผลทางการเกษตร ทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อ ด้านตลาดส่งออกก็ขยายตัวอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน โดยแนวโน้มปี 2553 คาดว่าจะมียอดการผลิตและจำหน่ายอย่างคึกคัก ทั้งตลาดรถกระบะและรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ซึ่งจะมีการผลิต 1.4 แสนคัน เพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
นางสุทธินีย์ พู่ผกา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กล่าวว่า สัญญาณบวกการขยายตัวภาคอุตสาหกรรมอีกปัจจัยหนึ่ง คือ ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจอุตสาหกรรม สศอ. เดือน ก.พ. 2553 คาดจะอยู่ที่ 104.9 เป็นการปรับตัวเพิ่มจากเดือน ม.ค. 0.6 จุด และขยายตัว 6.5% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายตัวขององค์ประกอบภายในของดัชนีชี้นำ ได้แก่ มูลค่าการนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลาง มูลค่าการนำเข้าสินค้าทุน ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ 3 เดือนข้างหน้า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐอเมริกา ซึ่งจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของดัชนีชี้นำที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นว่า มีความเป็นไปได้ที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจในอีก 2 เดือนข้างหน้าจะปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น
ทั้งนี้ การที่ดัชนีเศรษฐกิจอุตสาหกรรมปรับตัวไปในทิศทางที่ดีทุกตัว โดยคาดการณ์ปี 2553 อัตราการขยายตัวภาคอุตสาหกรรม (จีดีพีอุตสาหกรรม) จะขยายตัว 4.55.5% ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมขยายตัว 6.08.0% และอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ระดับ 63% สะท้อนให้เห็นว่าแนวโน้มการส่งออกของไทยจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เพราะภาคการผลิตเริ่มเพิ่มปริมาณ และกำลังการผลิต เพื่อให้สอดคล้องกับการยอดคำสั่งซื้อที่เข้ามาจากตลาดต่างประเทศ ขณะเดียวกันการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมจะมีความต้องการเพิ่มมากขึ้น ส่งผลดีต่อแรงงานที่ต้องการเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งแรงงานที่มีอยู่อาจจะได้เพิ่มเวลาการทำงาน ส่งผลให้รายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งก็จะหมุนเวียนเข้ามาสู่การบริโภคภายในประเทศต่อไป
ดังนั้น แนวโน้มการฟื้นตัวของตัวเศรษฐกิจในภาคอุตสาหกรรมนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดี และสอดคล้องกับสัญญาณทางเศรษฐกิจอื่นๆ ที่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน หากไม่มีปัจจัยทางการเมืองเข้ามากระทบกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบัน เป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมจะขยายตัวทั้งปี 68% ก็น่าจะเป็นไปได้ไม่ยาก
หากไม่มีปัจจัยเสี่ยง 5 ข้อ มากระทบให้คาดการณ์จีดีพีอุตสาหกรรม ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ต้องแกว่งไปจากเดิมมาก ต้นทางของดัชนีภาคอุตสาหกรรมน่าจะสะท้อนได้ว่าการส่งออกและการจ้างงานย่อมไปในทางเพิ่มขึ้นเช่นกัน







