
ขึ้นก๊าซปีหน้าสนพ.ไม่ถอย
สนพ. ยัน 16 ม.ค. 2555 ต้องขึ้นราคา แอลพีจี เอ็นจีวี ตามแผน
สนพ. ยัน 16 ม.ค. 2555 ต้องขึ้นราคา แอลพีจี เอ็นจีวี ตามแผน
นายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า สนพ.ยังคงยืนยันว่าจะเดินหน้าแผนการปรับโครงสร้างราคาพลังงานในปีหน้า โดยเฉพาะแอลพีจีและเอ็นจีวี เพื่อให้ราคาขายปลีกมีความใกล้เคียงกับต้นทุนที่แท้จริงในตลาด โดยก๊าซแอลพีจีรวมทั้งปีจะต้องปรับขึ้น 9 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) หรือ 4.92 บาทต่อลิตร และเอ็นจีวีจะปรับขึ้นทั้งปี 6 บาทต่อ กก.
การปรับราคาจะเป็นการปรับในส่วนของภาคขนส่งและทยอยปรับขึ้นเป็นรายเดือน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบมากจนเกินไป โดยในส่วนของแอลพีจีจะปรับขึ้นเดือนละ 75 สตางค์ต่อ กก. หรือปรับขึ้น 0.41 บาทต่อลิตร สิ้นปีราคาก๊าซแอลพีจีจะอยู่ที่ 27.13 บาทต่อ กก. หรือ 16.06 บาทต่อลิตร จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 11.14 บาทต่อลิตร
ด้านเอ็นจีวีจะปรับขึ้นเดือนละ 50 สตางค์ต่อ กก. ส่งผลให้สิ้นปีราคาเอ็นจีวีจะขยับขึ้นไปอยู่ที่ 14.50 บาทต่อ กก. จากปัจจุบันอยู่ที่ 8.50 บาทต่อ กก. เริ่มปรับขึ้นตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค. 2555 เป็นต้นไป
สำหรับในภาคครัวเรือนจะตรึงราคาแอลพีจีอยู่ที่ 18.13 บาทต่อ กก.จนถึงสิ้นปี และจะพิจารณาอีกครั้งว่าจะมีการปรับหรือไม่ โดยที่ผ่านมาราคาขายเอ็นจีวีไม่มีการปรับขึ้นมา 10 ปีแล้ว แต่ปริมาณการใช้ในภาคขนส่งเติบโตทุกปี จากเดิมที่ไทยเคยเป็นผู้ส่งออกก๊าซเอ็นจีวี ปัจจุบันต้องกลายเป็นผู้นำเข้ามากถึง 20% มีมูลค่าสูงกว่า 4 หมื่นล้านบาทต่อปี และยังต้องสูญเสียเงินอุดหนุนเพื่อขายแอลพีจีในราคาถูกอีกกว่า 2.2 หมื่นล้านบาท
การปรับราคาก๊าซต่างๆ ดังกล่าว ยอมรับว่าจะมีผลกระทบต่อกลุ่มแท็กซี่ คาดว่ารัฐบาลคงมีนโยบายเข้ามาช่วยเหลือ โดยขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดส่งสัญญาณที่จะชะลอการปรับราคา เชื่อว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามแผน
ทาง สนพ.ก็ยังไม่มีแผนสำรอง หากเกิดกรณีประท้วงหรือต่อต้าน เพียงแต่อยากขอความร่วมมือทุกฝ่ายให้เข้าใจนโยบายการปรับโครงสร้างราคาพลังงานในครั้งนี้ว่าจะเกิดผลดีในระยะยาว เพราะมองว่าตราบใดที่ยังมีการอุดหนุน คนก็จะยังใช้พลังงานอย่างฟุ่มเฟือย
ด้านนโยบายการผลักดันให้ภาคขนส่งหันไปใช้เอ็นจีวีแทนแอลพีจีนั้น ได้หารือกับ ปตท.แล้ว ในปีหน้า ปตท.จะเร่งลงทุนสถานีก๊าซเอ็นจีวีเพิ่มจาก 463 สถานีเป็น 502 สถานี เพื่อลดการรอคิวการเติมก๊าซเอ็นจีวี







