posttoday
ปฏิวัติท่องเที่ยว ปั๊มรายได้ 2 ล้านล้าน

ปฏิวัติท่องเที่ยว ปั๊มรายได้ 2 ล้านล้าน

29 ธันวาคม 2554

การประชุมคณะกรรมการติดตามเร่งรัดพัฒนาการท่องเที่ยวนัดส่งท้ายปี 2554 เมื่อ 28 ธ.ค.นี้

การประชุมคณะกรรมการติดตามเร่งรัดพัฒนาการท่องเที่ยวนัดส่งท้ายปี 2554 เมื่อ 28 ธ.ค.นี้

โดย...พีรดา ปราศรีวงศ์

การประชุมคณะกรรมการติดตามเร่งรัดพัฒนาการท่องเที่ยวนัดส่งท้ายปี 2554 เมื่อ 28 ธ.ค.นี้ นอกจาก ชุมพล ศิลปอาชา จะนั่งเป็นประธานในที่ประชุมแล้ว บรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ก็เข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์ด้วย โดยเป็นการหารือร่วมระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อผลักดันนโยบายรัฐบาลภายใต้การนำของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้ภาคการท่องเที่ยวสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศให้ได้ 2 ล้านล้านบาท ภายในเวลา 5 ปี นับจากปี 2554-2558

ปฏิวัติท่องเที่ยว ปั๊มรายได้ 2 ล้านล้าน

สุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในฐานะประธานอนุกรรมการกลั่นกรองการทำงาน ได้เสนอแผนการสร้างรายได้ 2 ล้านล้านบาท ภายใต้กรอบกลยุทธ์ 4R ต่อที่ประชุมซึ่งแต่ละแผนแบ่งการทำงานเป็นระยะสั้น ระยะกลาง และระยาว เพื่อผ่าตัดโครงสร้างครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวใน รอบ 50 ปี ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

แนวทาง 4R ได้แก่ 1.REThink การปรับกระบวนการคิดในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การตั้งเป้าหมายการทำงาน การสร้างนวัตกรรมสินค้าทางการท่องเที่ยว และยกเลิกการขายผลิตภัณฑ์แบบเดิมๆที่เคยขายนับจาก 50 ปีที่ผ่านมา

“หน่วยงานรัฐและเอกชนต้องยกเลิกหรือลืมผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวแบบเดิมๆ ที่เคยขาย แต่ต้องวางแผนคิดใหม่ ทำการใหญ่ ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ไม่หลงใหลกับตัวเลขนักท่องเที่ยวที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี แต่ตัวเลขรายได้กลับมีอัตราคงที่ ชี้วัดได้ว่าเติบโตแต่ปริมาณเท่านั้น”

2.REStructure การปรับวิสัยทัศน์ด้านการท่องเที่ยว รวมถึงการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ให้มีทิศทางการทำงานที่สอดคล้องกัน 3.REOrganize ปรับโครงสร้างระบบการทำงานด้านการท่องเที่ยว การประสานการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ที่อยู่ในวงการท่องเที่ยวและนอกวงการต้องมีความสัมพันธ์ระหว่างกัน เพื่อให้การท่องเที่ยวของประเทศไทยถูกขับเคลื่อนไปข้างหน้าทั้งระบบ โดยต้องยอมรับว่าภาคการท่องเที่ยวมีความสัมพันธ์แบบองค์รวมที่ต้องการความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

และ 4.REInvest ด้านการลงทุนถือเป็นกุญแจหลักในการไขโจทย์การทำงานดังกล่าว โดย ททท.ได้เสนอให้ภาครัฐหรือภาคเอกชนร่วมกันลงทุนสินค้าทางการท่องเที่ยวในรูปแบบเมกะโปรเจกต์ด้านการท่องเที่ยว เพื่อใช้เป็นแม่เหล็กจูงใจให้นักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย

สุรพล กล่าวด้วยว่า แนวทางการทำเมกะโปรเจกต์ต่างๆ จะมีทั้งการฟื้นโครงการไทยแลนด์ริเวียร่า การสร้างแหล่งท่องเที่ยวเพื่อแสดงถึงวิถีชีวิตริมน้ำของไทย การสร้างเส้นทางล่องเรือครุยส์ การสร้างหมู่บ้านช้างแบบครบวงจร เช่น โรงแรมที่พักในบริเวณดังกล่าว เป็นต้น

นอกจากนี้ ภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลผลักดันให้การจัดงานเทศกาลต่างๆ ของไทย เช่น เทศกาลตรุษจีน สงกรานต์ ลอยกระทง และส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เป็นงานอีเวนต์ระดับโลก โดยเสนอให้ ททท.ว่าจ้างบริษัทเอเยนซีระดับโลกมาช่วยสร้างสรรค์แนวความคิดในการจัดงาน ให้มีความทันสมัยตรงใจนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น ซึ่งในแต่ละโครงการเชื่อว่าจะต้องใช้เม็ดเงินมหาศาลในการลงทุน โดยแผนงานในปีหน้า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะเป็นผู้ประสานงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อสนับสนุนภาคเอกชนท่องเที่ยวในการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนยิ่งขึ้น

ขณะที่การพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบได้นั้น ต้องยอมรับว่าติดขัดเรื่องของงบประมาณที่มีจำกัดและน้อยกว่ากระทรวงอื่นๆ ที่มีภารกิจการทำงานที่ใกล้เคียงกัน โดยกลยุทธ์ 4R เป็นอีกหนึ่งแนวคิดที่เห็นช่องโอกาสที่จะผลักดันให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยเติบโตได้อย่างมีศักยภาพ

ในส่วนปัจจัยปัญหาแวดล้อมอื่นๆ ที่เกิดขึ้นแบบซ้ำๆ ทำให้การท่องเที่ยวไทยย่ำอยู่กับที่นั้น ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องหยุดคิดและหันมาให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในเชิงพัฒนามากกว่าการคิดฝันเรื่องของรายได้อย่างที่ผ่านมา รวมถึงกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เป็นหลักชัยในการทำงาน หากใจถึงยอมทุ่มทุนรวมถึงการเปลี่ยนภาพลักษณ์การทำงานของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เชื่อว่าการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ความฝันที่ประเทศไทยจะเป็นหนึ่งด้านการท่องเที่ยวคงไม่ไกลเกินเอื้อม  

 

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน