
ไฟแนนซ์ทูเดย์
เมื่อวานนี้ มีคนเห็น รมว.คลัง ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อารมณ์ดีเป็นพิเศษ
เมื่อวานนี้ มีคนเห็น รมว.คลัง ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อารมณ์ดีเป็นพิเศษ
โดย..ช.ชดา
เพราะคะแนนเริ่มตีตื้น หลังจากที่ได้ให้ความเห็นว่า ไม่ต้องโยกหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ 1.1 ล้านล้านบาท ไปให้แบงก์ชาติบริหาร ทางคณะกรรมการยุทธศาสตร์ เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ของ ดร.โกร่ง วีรพงษ์ รามางกูร ก็กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาทได้
มีการตั้งข้อสังเกตว่า หากไม่มีชื่อว่าจะถูกปรับออกจาก ครม.รอบที่จะถึงนี้ ขุนคลัง อดีตลูกหม้อแบงก์ชาติ จะพูดแบบนี้หรือเปล่า อันนี้ ช.ชดา ก็ขอมองโลกในแง่ดีว่า หากมีเลือดแบงก์ชาติอยู่ในตัวบ้าง ก็น่าจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร
หนี้เจ็ดชั่วโคตรที่ล้างเท่าไหร่ก็ไม่หมดของกองทุนฟื้นฟูฯ ที่ค้างอยู่นี้ ช.ชดา เห็นว่าเป็นหนี้ที่ร่วมกันก่อของแบงก์ชาติและกระทรวงการคลัง ตั้งแต่เกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง
แบงก์ชาติบกพร่องในการดูแลสถาบันการเงิน ให้ปล่อยกู้เป็นหนี้เสียมหาศาล จนแบงก์และไฟแนนซ์ล้ม ทั้งคนฝากเงินและเจ้าหนี้ต่างประเทศรุมทวงหนี้คืน ถ้าปล่อยไว้จะเกิดความเสียหายมหาศาล
กระทรวงการคลัง ในสมัย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ประกาศค้ำประกันเงินฝาก 100% และค้ำประกันเจ้าหนี้ทั้งหมด เพราะเอาไม่อยู่แล้ว หากค้ำแต่เงินฝากไม่ค้ำเจ้าหนี้ก็ไม่เป็นไร แต่นี่ค้ำประกันทุกคน หนี้ก็เลยปูดสูงปรี๊ดขึ้นมา
พอมาถึงวันนี้ ต่างโยนหนี้กันไปมาว่าใครควรจะแก้ไข ช.ชดา ขอบอกว่าทั้งสองหน่วยงานนั่นแหละ ต้องหัวหน้าไปคุยกันให้ตกผลึกว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ปล่อยหนี้ไว้ก็ไม่ดี ไม่แก้ไขก็ไม่ได้ เพราะเงินต้นไม่เคยหด จ่ายแต่ดอกเบี้ยมานาน 10 กว่าปีแล้ว
วันนี้เรามีสถาบันคุ้มครองเงินฝากแทนกองทุนฟื้นฟูฯ แล้ว ก็คอยดูกันไปว่าจะเกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกหรือไม่







