
การคุ้มครองพยานคดียิงนายกอบจ.สมุทรสาคร
เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2554 อุดร ไกรวัตนุสสรณ์ หรือนายกตุ่น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สมุทรสาคร
เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2554 อุดร ไกรวัตนุสสรณ์ หรือนายกตุ่น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สมุทรสาคร
โดย..เดชา กิตติวิทยานันท์
ถูกคนร้ายยิงในปั๊มน้ำมัน ปตท.กม.2 ตรงข้ามห้างบิ๊กซีมหาชัย ประเด็นการสังหารในครั้งนี้น่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวของผู้ตายและมือยิง ซึ่งเป็นนักการเมืองที่อยู่กันคนละขั้วกัน และเป็นนักการเมืองระดับชาติ
ซึ่งต่อมาหลังจากศาลอนุมัติออกหมายจับ ครรชิต ทับสุวรรณ สส.ปชป. โดยตำรวจมีประจักษ์พยานคือคนขับรถของผู้ตายเห็นเหตุการณ์ และยังมีบุคคลที่อยู่ในปั๊มน้ำมันอีกหลายคนเห็นเหตุการณ์และกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ ต่อมาผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัว เพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจและให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
การที่ตำรวจยื่นคำร้องต่อศาลออกหมายจับผู้ต้องหา ซึ่งเป็น สส.ปชป. ศาลต้องใช้ความระมัดระวังและรอบคอบในการจะออกหมายจับ ซึ่งการออกหมายจับเป็นไปตาม ป.วิ.อ.มาตรา 66 บัญญัติว่า เหตุที่จะออกหมายจับได้มีดังต่อไปนี้
(1) เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญา ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 3 ปี หรือ
(2) เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญาและมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น
ถ้าบุคคลนั้นไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หรือไม่มาตามหมายเรียกหรือตามนัดโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร ให้สันนิษฐานว่าบุคคลนั้นจะหลบหนี
พยานหลักฐานในคดีนี้ที่ทำให้ศาลอนุมัติหมายจับได้ง่าย คือ พยานบุคคล ซึ่งเป็นประจักษ์พยานอยู่ในที่เกิดเหตุ เห็นเหตุการณ์โดยละเอียด มีน้ำหนักน่าเชื่อถือสูง เพราะเป็นพยานที่รู้เห็นเหตุการณ์มาโดยตรง หลายท่านสอบถามมาว่า ประจักษ์พยานหมายถึงอะไร ป.วิ.พ.มาตรา 95 บัญญัติไว้ว่า ห้ามมิให้ยอมรับฟังพยานบุคคลใดเว้นแต่บุคคลนั้น
(1) สามารถเข้าใจและตอบคำถามได้ และ
(2) เป็นผู้ที่ได้เห็น ได้ยิน หรือทราบข้อความเกี่ยวในเรื่องที่จะให้การเป็นพยานนั้นมาด้วยตนเองโดยตรง แต่ความในข้อนี้ให้ใช้ได้ต่อเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายโดยชัดแจ้งหรือคำสั่งของศาลว่าให้เป็นอย่างอื่น
ถ้าศาลไม่ยอมรับไว้ซึ่งคำเบิกความของบุคคลใด เพราะเห็นว่าบุคคลนั้นจะเป็นพยานหรือให้การดังกล่าวข้างต้นไม่ได้ และคู่ความฝ่ายที่เกี่ยวข้องร้องคัดค้านก่อนที่ศาลจะดำเนินคดีต่อไป ให้ศาลจดรายงานระบุนามพยาน เหตุผลที่ไม่ยอมรับและข้อคัดค้านของคู่ความฝ่ายที่เกี่ยวข้องไว้ ส่วนเหตุผลที่คู่ความฝ่ายคัดค้านยกขึ้นอ้างนั้น ให้ศาลใช้ดุลพินิจจดลงไว้ในรายงาน หรือกำหนดให้คู่ความฝ่ายนั้นยื่นคำแถลงต่อศาลเพื่อรวมไว้ในสำนวน
คดีนี้ผู้ต้องหาดิ้นหลุดยาก เพราะพยานหลักฐานมั่นคงเพียงพอ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงในคดีนี้ คือ ประจักษ์พยานซึ่งรู้เห็นเหตุการณ์ในขณะที่ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจนเสียชีวิต จะมีชีวิตอยู่ถึงวันขึ้นศาลหรือไม่ หรืออาจจะดำเนินชีวิตอย่างไร เช่น อาจถูกข่มขู่ หรือต้องอยู่อย่างหวาดผวา เป็นสิ่งที่น่าคิดสำหรับพลเมืองดีที่อยากจะให้การเป็นพยานว่า เมื่อให้การแล้วจะต้องกลายเป็นศพเหมือนผู้ตายหรือไม่
แต่เรื่องดังกล่าวไม่มีปัญหาอีกต่อไป เพราะเมื่อวานนี้ผมได้รับเชิญไปร่วมเสวนาเกี่ยวกับการร่างแผนปฏิบัติราชการ 4 ปี ของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม และได้มีโอกาสพูดคุยกับท่านพิทยา จินาวัฒน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ซึ่งท่านได้บรรยายในระหว่างการร่างแผนปฏิบัติราชการของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มีหน่วยงานที่เรียกว่า “สำนักคุ้มครองพยาน” ซึ่งหน่วยงานนี้สามารถเป็นที่พึ่งพิงของประชาชนได้
ถ้าพยานในคดีนี้มีความรู้สึกว่าตัวเองไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน หลังจากที่ได้ไปพบเห็นเหตุการณ์ยิงนายก อบจ.สมุทรสาคร เสียชีวิต หากกลัวว่าจะถูกฆ่าปิดปากหรือถูกข่มขู่ไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สามารถไปขอความช่วยเหลือแนะนำจากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรมได้ และการขอความช่วยเหลือก็เป็นเรื่องที่ง่าย ไม่ยุ่งยากเพียงโทร. 02141281718 หรือ www.rlpd.moj.go.th ท่านก็จะได้รับความคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพอย่างสมบูรณ์แบบตามค่านิยมหลักของกรม ซึ่งกำหนดว่า “คุ้มครองคน คุ้มครองสิทธิ สร้างวิถีชีวิตแห่งความเป็นธรรม”
และในช่วงนี้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กำลังระดมความคิดเห็นจากประชาชนทั่วประเทศ ท่านอยากให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพมีบทบาทอย่างไร ในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน กรุณาส่งความเห็นไปได้ที่ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม อาคารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210







