
นักวิเคราะห์แนะจัดเพอร์ตลงทุนปี55
จากผลสำรวจความคิดเห็นของนักวิเคราะห์จากโบรกเกอร์ 19 แห่ง
จากผลสำรวจความคิดเห็นของนักวิเคราะห์จากโบรกเกอร์ 19 แห่ง
ได้ประเมินกำไรสุทธิต่อหุ้นของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) โดยใช้สมมติฐานภาษีในปี 2554 และ 2555 ที่ 23% คาดว่าปี 2554 จะมีการเติบโตเฉลี่ยที่ 15.14% และปี 2555 จะขยายตัวเฉลี่ย 11.61%
อย่างไรก็ตาม หากดูไส้ในแล้วพบว่าในปี 2554 กลุ่มโรงแรมจะมีอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้นสูงสุดจำนวน 234.28% ตามด้วยกลุ่มปิโตรเคมี 96.31% และกลุ่มอาหาร 31.81%
ส่วนปี 2555 คาดว่า กลุ่มเดินเรือจะมีการเติบโตของกำไรต่อหุ้นสูงสุดโตเฉลี่ย 324% รองมาเป็นอสังหาริมทรัพย์ 28% และกลุ่มอาหาร 16.03% แต่พบว่ากลุ่มสื่อสารกลับเป็นกลุ่มที่มีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงสุดในปี 2554 และต่อเนื่องในปี 2555 จำนวน 7.32% และ 5.93% ตามลำดับ
ตามด้วยกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล อยู่ที่ 5.15% และ 5.32% ตามลำดับ
นอกจากนี้ มีโบรกเกอร์ 14 แห่ง ได้ให้คำแนะนำในการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ โดยให้ลงทุนในหุ้นสามัญในประเทศ 39% หุ้น หรือกองหุ้นต่างประเทศสัดส่วน 8% ทองคำและโกลด์ ฟิวเจอร์ส 11% ตราสารหนี้และกองทุนตราสารหนี้ 25% เงินสดและเงินฝาก 12% อื่นๆ อีก 5% เช่น กองทุนในประเทศ กองทุนอสังหาริมทรัพย์ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ได้ให้คำแนะนำว่า ให้นักลงทุนทยอยซื้อสะสมในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี ในช่วงที่ดัชนีปรับตัวลดลงและหาจังหวะขายทำกำไร โดยเน้นกลุ่มหุ้นปันผลสูงและสม่ำเสมอ กลุ่มที่จะเติบโตตามอาเซียนและกลุ่มที่เชื่อมโยงกับการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก รวมถึงกลุ่มที่ได้รับผลกระทบทางลบจากเศรษฐกิจและภาวะน้ำท่วมในประเทศน้อยที่สุด
“นักลงทุนต้องศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน โดยติดตามข่าวสารและปัจจัยทั้งภายนอกและภายในประเทศอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งศึกษาเกี่ยวกับเครื่องมือทางการเงินใหม่ๆ ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนเพิ่มขึ้น”
สำหรับกลุ่มหุ้นแนะนำ มีหุ้นเด่นที่นักวิเคราะห์แนะนำให้ลงทุนตรงกันหลายสำนัก ได้แก่ หุ้นบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ธนาคารกรุงเทพ (BBL) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) บริษัท ไทยคม (THCOM) เป็นต้น
ขณะเดียวกันในมุมมองของนักวิเคราะห์ มีหุ้นหลายตัวเห็นตรงกันว่าราคาเต็มมูลค่าแล้ว เช่น บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) หรือ SMT ธนาคารทหารไทย (TMB) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (TTA)
สำหรับราคาทองคำประเมินว่าสิ้นปี 2554 เฉลี่ยที่ 24,088 บาทต่อหนึ่งบาททองคำ และสิ้นปี 2555 คาดว่าราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 26,868 บาท
นอกจากนี้ ประเมินอัตราดอกเบี้ยในตลาดซื้อคืนพันธบัตร (อาร์พี) 1 วัน สิ้นปี 2554 เฉลี่ย 3.3% ต่ำกว่าผลสำรวจครั้งก่อนซึ่งประเมินไว้ที่ 3.6% และสิ้นปี 2555 คาดว่าอัตราดอกเบี้ยในตลาดซื้อคืนพันธบัตร (อาร์พี) 1 วัน เฉลี่ยอยู่ที่ 2.9% ลดลงจากที่ประเมินไว้เดิมที่ 4.1% ส่วนค่าเงินบาทเฉลี่ยสิ้นปี 2555 อยู่ที่ 30.8 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จากเดิมประเมินไว้ที่ 29.3 บาทต่อเหรียญสหรัฐ







