
จับตาธนาคารสำรองเงินสดรับปีใหม่
ความเคลื่อนไหวตลาดเงินสัปดาห์นี้
ความเคลื่อนไหวตลาดเงินสัปดาห์นี้
โดย..ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
ต้องจับตาธนาคารพาณิชย์จะมีการเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับความต้องการใช้เงินของลูกค้าในช่วงเทศกาลปีใหม่ คาดว่าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงินน่าจะยังทรงตัวต่อเนื่องใกล้ระดับ 3.25%
ส่วนแนวโน้มเงินบาทสัปดาห์นี้อาจเคลื่อนไหวในกรอบ 31.2-31.5 บาท/เหรียญสหรัฐ โดยต้องจับตาพัฒนาการของวิกฤตหนี้ยูโรโซน ตลอดจนการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อเขตชิคาโกเดือน ธ.ค. ยอดทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขายเดือน พ.ย. และดัชนีราคาบ้านรายงานโดยสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์/เคส ชิลเลอร์ เดือน ต.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ทั้งนี้ตลาดการเงินทั้งในและต่างประเทศอาจเริ่มมีการซื้อขายที่เบาบาง เพราะเข้าใกล้ช่วงวันหยุดคริสต์มาสและปีใหม่
สัปดาห์ก่อนค่าเงินบาทขยับแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ โดยได้รับแรงหนุนจากทิศทางการไหลเข้าของเงินทุนในส่วนที่เกี่ยวกับการประกันภัย หลังเหตุการณ์น้ำท่วมในไทย และจากแรงซื้อคืนสินทรัพย์เสี่ยงของนักลงทุน หลังการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสเปนได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐหลายรายการออกมาแข็งแกร่งกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
อย่างไรก็ดี ความต้องการเงินเหรียญสหรัฐในช่วงใกล้สิ้นเดือนของกลุ่มผู้นำเข้า และประเด็นวิกฤตหนี้ยุโรป ชะลอทิศทางการแข็งค่าของเงินบาทไว้บางส่วนในวันศุกร์ที่ 23 ธ.ค. เงินบาทอยู่ที่ระดับ 31.27 จาก 31.32 บาท/เหรียญสหรัฐในวันศุกร์ก่อนหน้า
ขณะที่อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นสัปดาห์ก่อนค่อนข้างทรงตัว โดยธนาคารพาณิชย์มีการทยอยเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงเทศกาลคริสต์มาสต่อเนื่องถึงปีใหม่ รวมถึงการปิดงบบัญชีประจำงวดสิ้นปีด้วย ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืนยังทรงตัว โดยมีระดับหนาแน่นที่ 3.15% เทียบกับ 3.153.2% ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคีระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน อยู่ที่ 3.25% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยและสหรัฐ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 3.11% ในวันศุกร์ เพิ่มขึ้นจาก 3.06% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวเพิ่มขึ้น ท่ามกลางแรงเทขายพันธบัตรจากนักลงทุนต่างชาติก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลปลายปี
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐประเภทอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 1.95% ในวันพฤหัสบดีเพิ่มขึ้นจาก 1.85% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับลดลงในวันจันทร์ จากความกังวลเกี่ยวกับปัญหาหนี้ยุโรป และการอสัญกรรมของผู้นำเกาหลีเหนือ ก่อนที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับตัวขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐออกมาแข็งแกร่ง รวมไปถึงความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนีที่ดีเกินคาด อย่างไรก็ดีอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับลดลงในวันพฤหัสบดี จากการเข้าซื้อพันธบัตรระยะยาวของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
เงินยูโรและเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ เงินยูโรฟื้นตัวขึ้นจากที่ถูกกดดันในช่วงต้นสัปดาห์ หลังจากที่ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ไม่ส่งสัญญาณการเพิ่มปริมาณการเข้าซื้อพันธบัตร แต่กลับกล่าวเตือนถึงความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจยูโรโซนที่เกิดจากวิกฤตหนี้ยุโรป
อย่างไรก็ดี เงินยูโรทยอยแข็งค่าขึ้นในช่วงต่อมา ตามการปรับสมดุลฐานะการลงทุน และการฟื้นตัวขึ้นของความต้องการเสี่ยงของนักลงทุน ซึ่งได้รับแรงหนุนจากผลการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสเปนที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน ตลอดจนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ อาทิ การปรับตัวขึ้นของข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านและยอดขายบ้านมือสอง และดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของเยอรมนีที่ออกมาดีเกินคาด กระนั้นก็ดีเงินยูโรยังคงถูกเทขายเป็นระยะจากความกังวลเกี่ยวกับประเด็นวิกฤตหนี้ยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่วงเงินระยะ 3 ปีที่ ECB ต้องปล่อยกู้ให้กับสถาบันการเงินสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของตลาด
ขณะที่เงินเยนอ่อนค่าลงท่ามกลางแรงซื้อคืนสินทรัพย์เสี่ยงของนักลงทุน ทั้งนี้ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่รายงานระหว่างสัปดาห์ออกมาแข็งแกร่งกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ในวันศุกร์ 23 ธ.ค. เงินยูโรอยู่ที่ 1.3069 เทียบกับ 1.3033 เหรียญสหรัฐต่อยูโรในวันศุกร์ก่อนหน้า ส่วนเงินเยนอยู่ที่ 78.04 จาก 77.76 เยน/เหรียญสหรัฐในวันศุกร์ก่อนหน้า
ด้านตลาดทุนสัปดาห์นี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย และบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ดัชนีอาจยังแกว่งขึ้นต่อ โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อ LTF และ RMF รวมถึงการทำราคาก่อนปิดสิ้นงวดบัญชี อย่างไรก็ตาม อาจมีแรงขายทำกำไรก่อนสิ้นปีด้วยเช่นกัน สำหรับรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องชี้วัดตลาดที่อยู่อาศัยและความเชื่อมั่นผู้บริโภค นอกจากนี้ คงต้องติดตามพัฒนาการวิกฤตหนี้ยุโรป และการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจรายเดือนของทางการไทย ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย คาดว่าดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,017 และ 1,006 จุด ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,052 และ 1,078 จุด
ส่วนสัปดาห์ก่อนดัชนีแกว่งตัวผันผวน การซื้อขายเป็นไปอย่างเบาบาง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับปัญหาหนี้ยุโรปโดยแรงหนุนจากแรงซื้อ LTF และ RMF แรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีของสหรัฐ และเยอรมนี ถูกหักล้างด้วยแรงขายทำกำไร และการชะลอการลงทุนก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลปลายปี







