posttoday
SNCจ่อเทกฯร่วมทุนเกาหลี-ไต้หวัน

SNCจ่อเทกฯร่วมทุนเกาหลี-ไต้หวัน

26 ธันวาคม 2554

จบ2-3ดีลปีหน้าโกยกำไรทันใจ ลดทุนซื้อหุ้นคืน

จบ2-3ดีลปีหน้าโกยกำไรทันใจ ลดทุนซื้อหุ้นคืน

SNC ลั่นเทกโอเวอร์และร่วมทุน 2 พันธมิตรเกาหลีไต้หวันในธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ส่วนปีหน้าดันกำไรโต 20%

นายสมชัย ไทยสงวนวรกุล ประธานกรรมการบริหารบริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ (SNC) ซึ่งเพิ่งได้รับรางวัลผู้บริหารสูงสุดยอดเยี่ยมตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำปี 2554 เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรต่างประเทศ 2 ราย เพื่อซื้อกิจการหรือร่วมลงทุน โดยเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศเกาหลี และผู้ประกอบธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าในไต้หวัน คาดว่าจะทราบผลการเจรจาภายในไตรมาส 3 ปี 2555

หากบริษัทต้องการเติบโตเร็วต้องซื้อกิจการหรือร่วมทุน เพราะสามารถสร้างและรับรู้รายได้ทันที เมื่อเทียบกับสิ่งที่บริษัทต้องลงทุนก่อสร้างใหม่ ซึ่งในปีหน้าน่าจะเห็น 2-3 ราย

ธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์อาจต้องมีการตั้งโรงงานในไทย แต่สัดส่วนการถือหุ้นจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีว่าใครพึ่งใครมากกว่า และไม่ว่าจะเป็นในเกาหลีหรือไต้หวัน ถ้าต้องมีการตั้งบริษัทใหม่คาดว่าจะใช้ทุนจดทะเบียนประมาณ 200-300 ล้านบาทต่อบริษัท ปัจจุบันบริษัทมีกระแสเงินสดอยู่ในมือและเตรียมพร้อมสำหรับการลงทุนทั้งหมด 600-700 ล้านบาท

แผนการดำเนินงานในปี 2555 นายสมชัย กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าว่าจะมีกำไรเติบโตขึ้น 20% จากปีนี้ โดยเน้นการทำกำไรมากกว่าการเติบโตของยอดขาย ซึ่งหากธุรกิจไหนมีอัตรากำไรสุทธิต่ำกว่า 4% ก็จะชะลอการลงทุน ปัจจุบันธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วนแอร์รถยนต์มีกำไรดี ขณะที่ธุรกิจแอร์บ้านมีอัตรากำไรที่ต่ำ ขณะที่รายได้จะใกล้เคียงกับปีก่อนที่ทำได้ 8,200 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี บริษัทยังมองอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย 3 ปีข้างหน้าว่ายังเติบโตดี และยังมีความแข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งบริษัทตั้งเป้าว่าอีก 2 ปีข้างหน้าสัดส่วนรายได้ผลิตชิ้นส่วนแอร์รถยนต์จะเพิ่มมาอยู่ในระดับ 15% จากปัจจุบัน 79% และแอร์บ้านอยู่ที่ 70%

นายสมชัย กล่าวว่า รายได้ในไตรมาส 4 อาจจะออกมาไม่ดี เนื่องจากลูกค้าของบริษัทเกินกว่า 50% ต้องหยุดการผลิตจากปัญหาน้ำท่วม เพราะไม่มีชิ้นส่วนนำมาผลิต แต่ลูกค้าหลายรายก็จะเริ่มทยอยเปิดการผลิตในเดือน ม.ค. โดยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากน้ำท่วมมีอยู่ 45 บริษัทเท่านั้น

สำหรับหุ้นที่บริษัทซื้อคืนจำนวน 13 ล้านหุ้น โดยเบื้องต้นคาดว่าบริษัทจะเลือกวิธีการลดทุนจดทะเบียนลงเหลือ 288 ล้านหุ้น จากปัจจุบันอยู่ที่ 301 ล้านหุ้น มากกว่าที่จะขายหุ้นคืน เพราะบริษัทยังมีเงินสดอยู่มากและทำให้ทั้งกำไรสุทธิต่อหุ้น และอัตราผลตอบแทนส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) เพิ่มขึ้น แต่ต้องรอมติประชุมคณะกรรมการบริษัท เดือน เม.ย. 2555 นี้ก่อน  

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน