
กสิกรปีหน้า หวังโต10%
บลจ.กสิกรไทย ตั้งเป้าปีหน้าโตกว่า 10% ขยายลูกค้าสถาบันเพิ่ม เน้นพัฒนาระบบให้แจ๋ว มองหุ้นยังผันผวนแนะเทรดดิงเพิ่ม
บลจ.กสิกรไทย ตั้งเป้าปีหน้าโตกว่า 10% ขยายลูกค้าสถาบันเพิ่ม เน้นพัฒนาระบบให้แจ๋ว มองหุ้นยังผันผวนแนะเทรดดิงเพิ่ม
นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าปี 2555 มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) เพิ่มขึ้นอีก 1-1.5 แสนล้านบาท เติบโตกว่า 10% จากสิ้นปี 2554 ที่คาดว่าจะมีสินทรัพย์รวม 7.3 แสนล้านบาทเป็นอันดับ 1 ของอุตสาหกรรม
ขณะที่สิ้นปี 2553 สินทรัพย์อยู่ที่ 6.33 แสนล้านบาท ปีนี้จึงเติบโตประมาณ 15%
“ปีนี้ตลาดรวมโตน้อยมากและตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันเราโตประมาณ 6-7 หมื่นล้านบาทเท่ากับตลาด โดยมีเงินใหม่เข้ามาในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) 1.18 หมื่นล้านบาท มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 8,500 ล้านบาท หรือ 40% และสิ้นปีคาดว่าจะทำได้ 1.5 หมื่นล้านบาท ส่วนกองทุนทองคำเติบโตเท่าตัวเป็นกว่า 2 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท” นายพัชร กล่าว
รายได้รวมและกำไรสุทธิในปี 2554 คาดว่าจะทำได้ตามเป้า โดยมีรายได้ 3,000 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 900 ล้านบาท จากครึ่งปีแรกมีรายได้ 1,535 ล้านบาท กำไรสุทธิ 554 ล้านบาท
นายพัชร กล่าวว่า กองทุนรวมที่เตรียมออกในปี 2555 จะเน้นที่จูงใจลูกค้าเงินฝาก เช่น กองทุนตราสารหนี้แบบมีระยะเวลา ขณะที่ตลาดลูกค้าสถาบันยังเติบโตได้ผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุนส่วนบุคคล ที่ยังเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการขยายขนาดกองทุน
สำหรับทิศทางอุตสาหกรรมกองทุนรวมในปีหน้าอาจไม่เติบโตมากนัก เนื่องจากฐานลูกค้าเดิมโตเต็มที่แล้วในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ดังนั้น บริษัทจึงมีแผนเจาะฐานลูกค้าที่มีเงินออมให้น้อยลง โดยจะเน้นการพัฒนาระบบให้รองรับความต้องการของลูกค้าให้ได้มากขึ้น ภายใต้งบลงทุนในการพัฒนาระบบช่วง 4 ปี ตั้งแต่ปี 2553-2556 วงเงิน 400 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาใช้ไปแล้วเกือบ 300 ล้านบาท
ด้านนายประเสริฐ ขนบธรรมชัย รองกรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย กล่าวว่า แนวโน้มการลงทุนในช่วงครึ่งแรกของปี 2555 ตลาดยังคงผันผวนจากปัจจัยความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกจากปัญหาหนี้ของยุโรป ครึ่งปีแรกอาจต้องเพิ่มพอร์ตซื้อขายระยะสั้น (เทรดดิง) มากกว่าช่วงภาวะปกติ รวมทั้งต้องติดตามผลกระทบและการฟื้นฟูจากเหตุอุทกภัยว่าจะดำเนินการอย่างไร รวมถึงการเมืองด้วย
การบริหารกองทุนของ บลจ.กสิกรไทย ในช่วงตลาดผันผวนอาจเพิ่มสัดส่วนเทรดดิงของกองทุนหุ้นจากภาวะปกติอยู่ที่ 5% เป็น 10% ส่วนกองทุนผสมจาก 10% เป็น 20%
“ครึ่งปีหลังความผันผวนในตลาดโลกน่าจะลดลง ยุโรปจะมีแนวทางแก้ปัญหาหนี้ที่ชัดเจนขึ้นได้ นักลงทุนสามารถกลับมาเน้นซื้อหุ้นเพื่อถือลงทุนรอรับการปรับขึ้นของตลาดในระยะยาวได้ กรณีที่ยุโรปไม่ได้สร้างความเสียหายจนถึงขั้นดึงให้เศรษฐกิจโลกเกิดวิกฤตรอบใหม่ ดัชนีหุ้นไทยในปีหน้ามีโอกาสขึ้นไปสูงสุดที่ 1,200 จุด และหากเศรษฐกิจสหรัฐมีสัญญาณฟื้นตัวได้ดีกว่าที่คาด ก็อาจช่วยหนุนให้ดัชนีเกินระดับดังกล่าว ส่วนแนวรับ 900 จุด”
นอกจากนี้ยังแนะนำการจัดพอร์ตในครึ่งแรกปีหน้า ให้มีสัดส่วนทองคำอยู่ที่ประมาณ 20%, น้ำมัน 10%, หุ้นไทย 20-30% และที่เหลือเป็นตราสารหนี้ระยะสั้น แต่หากตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงมามาก ถึงแนวรับประมาณ 900 จุด ก็สามารถเพิ่มสัดส่วนหุ้นเป็น 5060% ของพอร์ตทั้งหมดได้
การลงทุนทองคำในครึ่งแรกของปีหน้าอาจยังไม่เห็นการปรับตัวของราคามากนัก หากอ่อนตัวลงมาต่ำกว่า 1,600 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์หรือที่แนวรับ 1,500 เหรียญสหรัฐ/ต่อออนซ์ ก็ทยอยเข้าซื้อสะสมเพื่อรอการปรับขึ้นในปลายปีหน้า ส่วนตราสารหนี้แนะนำลงทุนตราสารหนี้ระยะสั้น เนื่องจากในระยะสั้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจจะลดลงได้อีก 0.25% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ







