
CHOWหวังหุ้นเหนือจอง
“เชาว์ สตีลฯ” ชูจุดต่างธุรกิจเหล็ก มั่นใจหุ้นเทรดวันแรกเหนือจองที่อยู่ที่หุ้นละ 3 บาทได้ ปีหน้าต้นทุนการเงินลดฮวบ หลังนำเงินเพิ่มทุนคืนหนี้
“เชาว์ สตีลฯ” ชูจุดต่างธุรกิจเหล็ก มั่นใจหุ้นเทรดวันแรกเหนือจองที่อยู่ที่หุ้นละ 3 บาทได้ ปีหน้าต้นทุนการเงินลดฮวบ หลังนำเงินเพิ่มทุนคืนหนี้
นายอนาวิล จิรธรรมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เชาว์ สตีลอินดัสทรี้ (CHOW) เปิดเผยว่า ไม่กังวลหุ้นเข้าซื้อขายตลาดเอ็ม เอ ไอ วันแรก ในวันที่ 21 ธ.ค. ซึ่งกลุ่มเหล็กที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ไม่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน เนื่องจากธุรกิจของ CHOW มีความแตกต่างจากเหล็กอื่น และเป็นจุดแข็งของบริษัท เพราะเป็นผู้หลอมเหล็กแท่งทรงยาวตามความต้องการลูกค้า โดยรับคำสั่งล่วงหน้าก่อนผลิต 1 เดือน และยังปิดความเสี่ยงความผันผวนจากราคาเหล็ก หรือความเสียหายให้กับลูกค้า ซึ่งปกติการนำเข้าเหล็กจะใช้เวลาถึง 3 เดือน และไม่สามารถแก้ไขสินค้าได้ทันที
ผู้บริหารบริษัท เชาว์ สตีลฯ กล่าวว่า จุดได้เปรียบอีกอย่าง คือ บริษัทขึ้นทะเบียนกับตลาดซื้อขายเหล็กล่วงหน้า เหมือนเป็นการการันตีคุณภาพสินค้าของบริษัท ทำให้การส่งออกไปขายต่างประเทศได้เปรียบบริษัทอื่นที่ไม่ได้จดทะเบียน
“ผมไม่กังวลหุ้นเข้าซื้อขายวันแรก ซึ่งคู่ค้าและลูกค้าลงทุนหุ้นจำนวนมาก เพราะเข้าใจธุรกิจเชาว์ สตีลฯ เป็นธุรกิจต้นน้ำที่มีความยืดหยุ่นและกระจายความเสี่ยงได้ดีกว่าเหล็กปลายทางที่รอคนมาเลือกซื้อบนชั้นวางของ” นายอนาวิล กล่าว
นอกจากนี้ ผู้บริหารยังให้ความเห็นว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้หุ้นเหล็กหนักไม่เคลื่อนไหว มาจากภาพรวมอุตสาหกรรมยังพึ่งพาการนำเข้าและมีความเสี่ยงราคาจากการนำเข้า
น.ส.พัชพร สรรคบุรานุรักษ์ หัวหน้าฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) หรือ KGI แกนนำจัดจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน CHOW กล่าวอย่างมั่นใจว่า หุ้น CHOW จะได้รับความสนใจจากนักลงทุน และยืนเหนือราคาจองที่อยู่ที่หุ้นละ 3 บาทได้ หลังจากพบว่ามียอดจองซื้อเกินจำนวนหุ้นที่จัดสรรเป็นจำนวนมาก มั่นใจว่าจะมีนักลงทุนบางส่วนที่ไม่ได้รับการจัดสรร หรือได้รับจัดสรรไม่เต็มจำนวนเข้ามาเก็บหุ้นบนกระดาน
นายอนาวิล กล่าวว่า เงินจากการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน 200 ล้านหุ้น จำนวน 600 ล้านบาท ส่วนหนึ่งนำไปชำระหนี้สถาบันการเงิน ส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลงขั้นต่ำ 42 ล้านบาท โดยอัตราดอกเบี้ยลดลงจาก 7% เหลือ 5% รวมทั้งลงทุนเพิ่มกำลังผลิต ทำให้ผลิตสินค้ามากขึ้น ต้นทุนต่อหน่วยลดลง
สำหรับเชาว์ สตีลฯ ใช้เศษเหล็กในประเทศเป็นหลักถึง 80% เป็นวัตถุดิบในการหล่อเหล็กแท่งยาว ถือเป็นการปิดความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบ







