posttoday
เมื่อการเมืองกระทบเศรษฐกิจ

เมื่อการเมืองกระทบเศรษฐกิจ

19 ธันวาคม 2554

หากพูดถึงภาวะเศรษฐกิจโลกในตอนนี้ ใครๆ ก็บอกว่า กรีซ คือตัวแปรที่น่าเป็นห่วง

หากพูดถึงภาวะเศรษฐกิจโลกในตอนนี้ ใครๆ ก็บอกว่า กรีซ คือตัวแปรที่น่าเป็นห่วง

โดย..ฐาปนา

หากพูดถึงการท่องเที่ยวยุโรป กรีซ เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากทั่วโลกใฝ่ฝันอยากจะไปเยือน เดินตามรอยประวัติศาสตร์ โบราณสถาน โบราณวัตถุจากอารยธรรมกรีกอันเก่าแก่หลายพันปี

สองเรื่องนี้น่าจะเป็นส่วนผสมที่ลงตัว เพราะเมื่อมีคนอยากไปเที่ยวในขณะที่เศรษฐกิจของประเทศไม่แข็งแกร่ง สิ่งที่ควรจะตามมาคือ ค่าเงินอ่อน ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถไปเที่ยวได้สะดวกขึ้น ในขณะที่ประเทศจำเป็นต้องเปิดรับการท่องเที่ยวเพื่อหาเงินเข้าประเทศมากขึ้น ดูแล้วน่าจะเป็นสถานการณ์ที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ แบบที่ฝรั่งชอบบอกว่า WinWin

แต่เอาเข้าจริง สถานการณ์ WinWin ไม่เกิดขึ้น เพราะตอนนี้นักท่องเที่ยวเกิด “ขยาด” กรีซขึ้นมาเสียแล้ว ในขณะที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเองก็ได้รับผลกระทบด้านลบไปถ้วนหน้า

นั่นเป็นเพราะว่ากรีซไม่ได้มีเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจที่รุมเร้า แต่ยังมีปัญหาการเมือง ปัญหาจากความคิดสุดขั้วที่แตกต่างและปัญหาอื่นๆ อีกมาก ทำให้เกิดการเดินขบวน การประท้วง การจลาจลอยู่บ่อยๆ ในรอบหลายปีที่ผ่านมา และหลายๆ ครั้งก็เป็นการจลาจลที่เสียเลือดเสียเนื้อและก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้นไปอีกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เมื่อการเมืองกระทบเศรษฐกิจ

 

สำนักข่าวเอเอฟพีไปสอบถามข้อมูลจากโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว กลางกรุงเอเธนส์ คือ Grande Bretagne Hotel โรงแรมเก่าแก่ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ ค.ศ.1874 และเฟื่องฟูมาตลอดกว่าศตวรรษ แต่ถึงตอนนี้กรรมการผู้จัดการของบริษัท Lampsa SA ซึ่งเป็นผู้บริหารโรงแรมนี้ คือ Nikolaos Dandolos บอกว่า กำลังอยู่ในช่วงสุดจะทนไหว

ก็จะทนได้อย่างไร ในเมื่อทุกครั้งที่เกิดการเดินขบวนหรือการจลาจลไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ก็มักจะเกิดความเสียหายกับโรงแรม ที่ถึงแม้จะไม่ได้มีผู้เดินขบวนบุกรุกเข้ามาภายใน แต่โครงสร้างภายนอกก็ถูกทุบทำลายอยู่บ่อยๆ

เฉพาะแค่ปีนี้ปีเดียว โรงแรมหรูอันเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานแห่งนี้ ต้องเรียกช่างมาซ่อมทางเข้าซึ่งเป็นบันไดหินอ่อนไปแล้ว 6 ครั้ง สนนราคาค่าซ่อมแซมปาเข้าไปกว่า 5 แสนยูโรแล้ว แม้จะมีประกันภัย แต่ผู้บริหารโรงแรมก็บอกว่า บริษัทประกันก็ไม่ได้โง่พอที่จะจ่ายค่าเสียหายจากการจลาจลให้เต็มจำนวนหรอกนะ สรุปว่าโรงแรมต้องควักเนื้อไปโปะความเสียหายที่เกิดจากการเดินขบวนจนสุดจะทนอย่างที่บอก

อันว่าโรงแรมแห่งนี้ หากไม่มีปัญหาการเมืองแล้ว ก็ถือว่าอยู่ในชัยภูมิที่ยอดเยี่ยม คือตั้งอยู่แถวๆ จัตุรัสกลางเมืองใกล้อาคารรัฐสภา ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกนิยมเดินทางมาเยี่ยมชมเพื่อดูสถาปัตยกรรมของอาคารสำคัญและยังได้ดูขบวนทหารที่จะมีการเปลี่ยนการโชว์ทุกวันด้วย

แต่พอมีปัญหาเกิดขึ้น จัตุรัสกลางเมืองใกล้รัฐสภาก็แปรเปลี่ยนจากการเป็นชัยภูมิของการท่องเที่ยวมาเป็นชัยภูมิของการตั้งขบวนประท้วง และบันไดหินอ่อนอันหรูหราของโรงแรมก็กลายเป็นแหล่งอันดีที่กลุ่มผู้เดินขบวนจะพากันทุบทำลาย เพื่อหาก้อนหินขนาดเหมาะมือสักก้อนไปขว้างใส่เจ้าหน้าที่ที่จะเข้ามาปราบจลาจล และนี่ก็คือเหตุผลที่ทางเข้าโรงแรมถูกทุบทำลายแทบทุกครั้งที่มีม็อบ

ไม่เพียงเท่านั้น นอกจากภาระที่จะต้องจ่ายค่าซ่อมโรงแรมแล้ว จำนวนแขกลูกค้าที่เคยเข้ามาพักก็ทยอยหดหาย เพราะบรรดานักท่องเที่ยวไม่มั่นใจในความปลอดภัยของเมืองที่มีปัญหาการเดินขบวนถี่ๆ นี้ ทำให้ปริมาณนักท่องเที่ยวลดลงฮวบฮาบ หรือนักท่องเที่ยวที่ยังใจดีสู้เสือมานอนพักที่นี่ก็อาจจะได้พบประสบการณ์ครั้งใหญ่ เช่น หากมีการยิงแก๊สน้ำตาเพื่อสลายการชุมนุม ผู้ที่มาพักในโรงแรมแห่งนี้ก็จะต้องรีบเอาผ้าเช็ดตัวไปอุดใต้ประตู เพื่อไม่ให้แก๊สน้ำตาเข้ามาในห้องพัก ในขณะที่บรรดาพนักงานโรงแรมมีการเตรียมพร้อมมากกว่านั้น คือทำงานไปพร้อมๆ กับการสวมหน้ากากกันแก๊สเลยทีเดียว

แล้วอย่างนี้จะไม่ให้โอดครวญยังไงไหว

ผู้บริหารโรงแรมบอกกับเอเอฟพีว่า รายได้ของปีนี้หดจากปี 2009 ที่เคยมีเงินเข้าประมาณ 40 ล้านยูโรไปมาก คือคาดว่าจะมีรายได้ของปี 2011 นี้เพียง 24 ล้านยูโร หรือลดลงราวๆ 30%

เรียกว่า ช้ำแล้วช้ำอีก

ในการเดินขบวนครั้งล่าสุด คือเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา เป็นการเดินขบวนเพื่อรำลึกเหตุการณ์ที่ตำรวจยิงนักเรียนเสียชีวิตไปในปี 2008 และก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่มีผู้เดินขบวนที่เป็นวัยรุ่นจำนวนมากมาทุบบันไดโรงแรมไปอีกหน จนต้องเอาไม้มาทำทางเดินชั่วคราวของโรงแรมไปก่อน และผู้บริหารโรงแรมก็เริ่มคิดว่า หรือจะเลิกซ่อมทางเข้าหินอ่อนหน้าโรงแรมดีนะ แล้วทาสีขาวบนไม้ที่นำมาซ่อมก็น่าจะพอ เพราะขืนซ่อมไป เดี๋ยวก็โดนทุบอีก...

แต่นี่ก็เป็นเพียงการบ่นของผู้บริหารที่รู้ว่าเอาเข้าจริงๆ ก็ทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะมีหน้าที่ในการที่จะต้องรักษาเกรดของการเป็นโรงแรม 5 ดาว เอาไว้ เลยต้องหวานอมขมกลืนกันต่อ ด้วยความน้อยอกน้อยใจที่รัฐบาลไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ ในขณะที่ผู้ประกอบการอื่นๆ ในมหานครแห่งนี้ ก็เจอพิษการเมืองและเศรษฐกิจไปถ้วนหน้า ไม่มีใครยิ่งหย่อนกว่ากัน เรียกว่า หากสถานการณ์ยังเป็นอย่างนี้ต่อไป ก็เหมือนจะหาแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ไม่พบ และคาดกันว่า ท่ามกลางความขัดแย้ง การเดินขบวน การยิงแก๊สน้ำตา ฯลฯ ได้ทำให้เศรษฐกิจพังทลายไปอีกหลายล้านยูโรแล้ว

เห็นแบบนี้ ก็คงต้องร่วมกันให้กำลังใจ เพื่อให้กรีซสามารถผ่านพ้นวิกฤตการณ์นี้ไปให้ได้ เพราะความอยู่รอดของกรีซก็คือความอยู่รอดของยูโรโซน ที่ไม่ว่าอย่างไรก็จะส่งผลกระทบกระเทือนไปทั่วโลก เนื่องจากเรากำลังอยู่บนโลกที่ทุกอย่างเชื่อมโยงต่อเนื่อง ไม่มีที่ไหนที่จะ “เจ็บ” เพียงลำพังโดยประเทศอื่นๆ ไม่เจ็บไปด้วย

ไม่เพียงเท่านั้น สำหรับประเทศไทยที่เราก็ได้ผ่านสถานการณ์มามากมาย มีประสบการณ์กันแล้วหลายอย่าง ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งที่ทำเอาซวนเซกันไปทั้งประเทศ หรือความวุ่นวายทางการเมืองที่ก่อความสูญเสียหลายชีวิต และความขัดแย้งทางสังคมครั้งใหญ่ เราก็ได้เห็นกันไปหมดแล้ว และได้รู้ว่าผลกระทบของมันช่างใหญ่หลวง มีผลต่อชีวิต การเมือง เศรษฐกิจ สังคม แบบที่เราไม่อยากให้เกิด

การร่วมมือร่วมใจ เพื่อให้ประเทศสามารถผ่านพ้นปัญหาไปได้ จึงเป็นภาระของทุกคนที่จะต้องทำหน้าที่ในส่วนของตัวเอง โดยที่ไม่อาจจะหนีหรือคิดว่าเราไม่เกี่ยว เพราะเมื่อเกิดวิกฤตก็จะเกิดกับทุกภาคส่วนอย่างที่กรีซกำลังประสบและเราเองก็ประสบมาก่อน และยังไม่อาจจะเรียกได้ว่า เราผ่านวิกฤตไปอย่างเด็ดขาดแล้ว แต่เรายังจะต้องพยายามร่วมกันเพื่อผ่านปัญหาไปให้ได้ต่อไป เพื่อไม่ให้ระบบเศรษฐกิจและสังคมของเราต้องพังทลายลง...

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI