
ทองคำดีดกลับท่ามกลางความกังวลในการแก้ปัญหายุโรป
ราคาทองคำดีดกลับขึ้นมาประมาณ 1% ในช่วงของการซื้อขายในวันศุกร์
ราคาทองคำดีดกลับขึ้นมาประมาณ 1% ในช่วงของการซื้อขายในวันศุกร์
หลังจากที่ปรับตัวลงไปทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,557 เหรียญสหรัฐโดยประมาณในวันพฤหัสบดี โดยที่ค่าเงินดอลลาร์เองกลับมาอ่อนค่าลงบ้างเล็กน้อย ท่ามกลางความไม่ชัดเจนในการแก้ปัญหาหนี้สาธารณะที่ยังอยู่ในขั้นวิกฤตของกลุ่มประเทศยูโร ทองคำดีดกลับขึ้นมา 14.5 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ จากระดับที่ปรับสูงขึ้นในวันพฤหัสบดีที่อยู่ที่ระดับ 1,576 เหรียญสหรัฐ ในขณะที่ทองคำตกลงมาในค่ำคืนวันพุธ และไปทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,550 เหรียญสหรัฐโดยประมาณ หรือกล่าวได้ว่าปรับตัวลดลงถึง 7% ในช่วงเวลาเพียง 5 วันทำการเท่านั้น นักลงทุนในทองคำของตลาดโลกส่วนหนึ่งถูกบังคับขายลงมาเพื่อที่จะแปรสภาพเป็นการถือเงินสดเพื่อลดภาระการขาดทุน ในขณะที่ค่าเงินยูโรเองปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วท่ามกลางการแก้ปัญหาวิกฤตหนี้ของยุโรปที่ต้องการให้มีความมั่นคงและเจริญเติบโตได้ในระยะยาว และตามมาด้วยการที่ ฟิทช์ เรทติ้งส์ ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารรายใหญ่ 8 แห่งของโลก
ทางไอเอ็มเอฟเองก็ยังประเมินสภาพเศรษฐกิจในลักษณะที่ยังมีความคลุมเครือ โดยใช้ศัพท์คำว่า “gloomy” และยังเตือนว่าน่าจะต้องมีการแก้ปัญหาโดยเร็ว เพื่อที่เศรษฐกิจจะสามารถฟื้นตัวได้มากกว่านี้ ในขณะที่ค่าเงินยูโรเองปรับตัวลดต่ำลงในรอบ 11 เดือน ลงมาทำจุดต่ำสุดในสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ระดับ 1.2943 ยูโร/เหรียญสหรัฐ โดยส่วนหนึ่งมาจากปัญหาเศรษฐกิจยุโรปเอง และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ดูจะดีขึ้นในสัปดาห์ก่อน
สภาพตลาดโดยทั่วไปคาดหวังว่าทองคำน่าจะสามารถหยุดตกได้เร็วๆ นี้ และสามารถปรับตัวขึ้นมาได้ในช่วงเดือน ม.ค. โดยในช่วงปลายปีจากนี้ไปจนถึงสิ้นปีจะมีปริมาณการซื้อขายค่อนข้างเบาบางเนื่องจากใกล้เทศกาลคริสต์มาส
การบริหารเงินลงทุนในทองคำ
การบริหารเงินลงทุนในทองคำที่เป็นหลักคิดที่ต้องการฝากให้นักลงทุนอยู่เสมอ นั่นก็คือการป้องกันความเสี่ยง หรือการที่จะหยุดภาวะขาดทุนให้ได้รวดเร็วตามสภาพความผันผวนของตลาดที่รวดเร็วเช่นเดียวกัน อันจะเห็นได้ว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วถึง 170 เหรียญสหรัฐโดยประมาณ หรือปรับตัวลดลงถึง 2,000 บาท/บาททองคำ ทำให้นักลงทุนที่ยังคุ้นกับแนวคิดเดิมๆ ก็จะติดอยู่ในระดับราคาที่สูง รวมทั้งนักลงทุน Gold Futures ที่ไม่ทันได้ลดสถานะก็จะถูก Call Margin หรือ Force Close อันจะเห็นได้ว่าการที่จะติดตามบทวิเคราะห์ต่างๆ ของบรรดาโบรกเกอร์ทองคำ Gold Futures ผ่านทางเว็บไซต์ต่างๆ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญและเป็นงานประจำที่นักลงทุนเองจะขาดไม่ได้ มิฉะนั้นแล้วท่านก็จะอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกจากการที่ราคาทองคำปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงวันอังคารและวันหยุด การบริหารความเสี่ยงอย่างมีระบบและมีวินัยในการลงทุนจึงเป็นสิ่งที่ MTS Gold Futures พยายามที่จะสอดแทรกให้กับนักลงทุนเสมอมา ทั้งในบทวิเคราะห์และในการเปิดบัญชีซื้อขาย Gold Futures
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ราคาทองคำในวันศุกร์ตลอดทั้งวันเริ่มทรงตัวได้บริเวณ 1,570 เหรียญสหรัฐ และเริ่มดีดกลับได้ในระยะสัญญาณสั้นๆ แบบรายชั่วโมง โดยที่แนวต้านที่สำคัญในระยะสั้นๆ ขณะนี้อยู่ที่ระดับ 1,600 เหรียญสหรัฐ MTS Gold วิเคราะห์ว่า โอกาสที่ราคาทองคำในระยะสั้นๆ (ย้ำว่าในระยะเวลาสั้นๆ) จะดีดกลับขึ้นมาได้มีสูง โดยคาดว่าถ้าดีดทะลุระดับ 1,600 เหรียญสหรัฐขึ้นมาจะเกิดแรงซื้อตาม และจะสามารถดีดขึ้นไปทดสอบระดับ Fibonacci Figure ที่ระดับ 38% ได้ นั่นคือระดับ 1,625 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ หรือเปรียบง่ายๆ ว่า ถ้าทองไทยสามารถทะลุระดับ 23,800 บาทขึ้นมาได้ในวันจันทร์ ราคาทองคำก็สามารถขึ้นไปที่ระดับ 24,100 บาท/บาททองคำ ได้ในระยะเวลาสั้นๆ โดยมองว่าเป็น Technical Rebound แต่โปรดอย่าลืมว่าแนวโน้มหลักๆ ของทองคำยังอยู่ในทิศทางขาลงอยู่ นั่นคือเราคิดว่าการเด้งขึ้นมาน่าจะไม่สามารถขึ้นมาถึงระดับ 1,700 เหรียญสหรัฐได้ และอาจตกกลับลงมาได้หลังมี Rebound ขึ้นมา ทั้งนี้ขึ้นกับสภาพของตลาดเหรียญสหรัฐในสัปดาห์หน้าเช่นเดียวกัน จึงเป็นเรื่องที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เข้าใจความผันแปรของสภาพตลาด และให้เข้าใจได้ว่าราคาทองคำในสัปดาห์หน้าจะอยู่ในความผันผวน Technical Rebound ดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ดี การตกต่อของทองคำก็ยังมีโอกาสอยู่ค่อนข้างสูง โดยที่จะมีแนวรับสำคัญแนวแรกที่ระดับ 1,550 เหรียญสหรัฐ หรือที่ระดับราคาทองคำประมาณ 23,200 บาท และแนวรับที่สำคัญที่สุดคือระดับ 1,500 เหรียญสหรัฐ หรือระดับราคาประมาณ 22,450 บาท MTS Gold ยังมองว่า ในระยะสั้นจากนี้จนถึงสิ้นปีจะมีความผันผวนขึ้นและลงสลับกันอยู่ นักลงทุนควรติดตามใกล้ชิดผ่านระบบ Gold Online ของ MTS Gold เพื่อท่านสามารถติดตามราคาได้เป็น Real Time ตลอดเวลา สนใจการลงทุนและเปิดบัญชี ติดต่อ Call Center 022226222







