
โปรโมชันLTF-RMFของขวัญจากการลงทุน
สำรวจโปรโมชัน LTF-RMF จากบรรดา บลจ. รับเทศกาลซื้อกองทุนลดภาษีโค้งสุดท้ายของปีที่ถือเป็นของขวัญเล็กๆจากการลงทุน
สำรวจโปรโมชัน LTF-RMF จากบรรดา บลจ. รับเทศกาลซื้อกองทุนลดภาษีโค้งสุดท้ายของปีที่ถือเป็นของขวัญเล็กๆจากการลงทุน
เข้า “เทศกาลลดภาษีนาทีสุดท้าย” อีกปีหนึ่งแล้ว และเป็นธรรมเนียมที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) จะงัดสารพัดโปรโมชันมาเอาอกเอาใจนักลงทุน ที่รอซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ในช่วงปลายปีแบบนี้
ขณะที่นักลงทุนเอง แม้จะไม่ได้ให้ความสำคัญกับ “โปรโมชัน” มากนัก เพียงแต่คำถามแรกที่จะถามคนขายกองทุน คือ “ปีนี้มีโปรโมชันอะไรบ้าง” เท่านั้นเอง
แม้ว่าปีนี้ทั้งความดุเดือดของโปรโมชันและกำลังทรัพย์ของคนซื้อกองทุนอาจจะดูแผ่วๆ ไป เพราะผลพวงจากน้ำท่วม แต่ก็ไม่ได้ทำให้เสน่ห์ของเทศกาลลดภาษีนาทีสุดท้ายหมองลงไป แถมในปีนี้ยังมีประเด็นการแสดงความเป็นห่วงเรื่อง “การกู้เงินมาลงทุน” ให้นักลงทุนได้ฉุกคิดก่อนที่จะหยิบบัตรเครดิตมารูดปรื๊ดซื้อกองทุนกันอีกด้วย
โปรโมชัน : คืนเงินสด
น่าจะเป็นโปรโมชันยอดนิยมสำหรับปีนี้ เพราะหลาย บลจ. เลิกคิดว่า จะต้องหา “ของขวัญ” อะไรมาเอาใจนักลงทุน เลย “คืนเงินสด” เข้ากระเป๋าไปง่ายๆ ไม่ต้องลุ้น ไม่ต้องรอ
บลจ.ที่นำเอากลยุทธ์นี้มามัดใจนักลงทุน อาทิ บลจ.กสิกรไทย บลจ.ไอเอ็นจี บลจ.แมนูไลฟ์ และ บลจ.แอสเซท พลัส
บลจ.กสิกรไทย กำหนดอัตราการให้เงินคืนเอาไว้ว่า ยอดเงินลงทุนตั้งแต่ 5 หมื่นบาท จะได้เงินคืน 250 บาท และเพิ่มขึ้นเป็นขั้นบันไดจนถึงยอดลงทุน 1 ล้านบาท จะได้เงินคืน 1.2 หมื่นบาท และถ้าลงทุนด้วยเงินสดจะได้เงินคืนเพิ่มขึ้นอีก 20% จากโปรโมชันปกติ เพราะฉะนั้นถ้าลงทุน 1 ล้านบาท จะได้รับเงินคืนรวมแล้ว 1.44 หมื่นบาท
นอกจากนี้ ยังเพิ่มแรงจูงใจ “ดูดเงินนักลงทุน” จาก บลจ.อื่นอีกด้วย โดยถ้าสับเปลี่ยนกองทุนจาก บลจ.อื่น มาที่ บลจ.กสิกรไทย เกิน 1 ล้านบาท จะได้รับเงินคืนอีกแสนละ 1,200 บาท แต่รวมแล้วจะได้เงินสูงสุดไม่เกินคนละ 1.2 แสนบาท
สำหรับ บลจ.แมนูไลฟ์ ถ้าลงทุนด้วยเงินสดจะได้เงินคืนตามขั้นบันไดสูงสุดที่ บลจ.กำหนดไว้ โดยถ้าลงทุน 1 ล้านบาทขึ้นไป จะได้เงินคืน 1.2 หมื่นบาท แต่ถ้าชำระด้วยบัตรเครดิต ทุกๆ 5 หมื่นบาท จะได้เงินคืน 100 บาท
บลจ.ไอเอ็นจี ให้เงินคืนเช่นเดียวกัน แต่แบ่งการคืนเงินออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กองทุนที่ลงทุนในหุ้นทุกๆ 5 หมื่นบาท จะได้รับเงินคืน 300 บาท แต่ถ้าเป็นกองทุนตลาดเงินและพันธบัตรจะได้รับเงินคืนแค่ 100 บาท สำหรับยอดเงินลงทุน 5 หมื่นบาท
เช่นเดียวกับ บลจ.แอสเซท พลัส ที่มีโปรโมชันเฉพาะกองทุนหุ้นและกองทุนผสม โดยเงินลงทุนทุกๆ 1 แสนบาท จะได้เงินคืน 1,400 บาท และส่วนเพิ่มของเงินลงทุนทุก 2.5 หมื่นบาท จะได้เพิ่มอีก 350 บาท หรือสูงสุดไม่เกิน 1.4 หมื่นบาท
แต่ บลจ.แอสเซท พลัส ยังเพิ่มทางเลือกให้นักลงทุนที่ลงทุนด้วนเงินสดตั้งแต่ 4 แสนบาทขึ้นไป จะเลือกรับเป็นเงินสดหรือเงินลงทุนในกองทุน ASP-OIL หรือ ASP-GOLD หรือ ASP-HSI หรือ ASP-S&P500 หรือ ASP-SET50FUTURES แทนได้ โดย บลจ.แอสเซท พลัส จะให้เพิ่มอีก 5% จากการคืนเงินปกติ
ดังนั้น ในกรณีที่ลงทุน LTF บลจ.แอสเซท พลัส จำนวน 4 แสนบาท จะได้รับเงินคืน 5,600 บาท แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นเงินลงทุนในกองทุนจะได้หน่วยลงทุนเพิ่มอีก 5% รวมเป็น 5,880 บาท
โปรโมชัน : หน่วยลงทุน
ถ้าเห็นจากเงื่อนไขของ บลจ.แอสเซท พลัส พอจะมองออกว่าโปรโมชันอีกแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมจาก บลจ. พอๆ กับการคืนเงินสด คือ ได้รับเป็น “หน่วยลงทุน” โดยหวังว่านักลงทุนจะนำเงินที่ได้คืนไป “ต่อเงิน” เพื่อให้โปรโมชันงอกเงยมากกว่าเงินที่ได้รับไป
บลจ.ที่แจกหน่วยลงทุนให้กับนักลงทุนมีอยู่หลายแห่ง เช่น บลจ.กรุงศรี บลจ.ฟินันซ่า บลจ.วรรณ บลจ.เกียรตินาคิน บลจ.ฟิลลิป บลจ.อเบอร์ดีน บลจ.ทหารไทย และ บลจ.บัวหลวง
ทั้งนี้ กองทุนที่มักจะนำมาเป็น “ของขวัญ” ให้ลูกค้า ส่วนใหญ่จะเป็นกองทุนตลาดเงิน เช่น กองทุนเปิดบัวหลวงธนทวี ของ บลจ.บัวหลวง กองทุนเปิดทหารไทยธนบดี ของ บลจ.ทหารไทย กองทุนเปิดฟินันซ่าเพิ่มพูนทรัพย์ ของ บลจ.ฟินันซ่า กองทุนเปิดกรุงศรีตลาดเงิน ของ บลจ.กรุงศรี และกองทุนเปิดฟิลลิปบริหารเงิน ของ บลจ.ฟิลลิป
ขณะที่อัตราของหน่วยลงทุนที่จะได้รับจะใกล้เคียงกับอัตราการคืนเงิน โดยมูลค่าเงินลงทุนตั้งแต่ 1 ล้านบาท จะได้รับหน่วยลงทุนไม่เกิน 1.2 หมื่นบาท เว้นแต่ บลจ.อเบอร์ดีน ที่ใจป้ำให้หน่วยลงทุนกองทุนเปิด อเบอร์ดีน แคชครีเอชั่น มูลค่า 1.3 หมื่นบาท สำหรับยอดลงทุนและโอนมาจาก บลจ.อื่น
โปรโมชัน : ของขวัญ
ยังไม่มีคำว่าเชยเกินไปสำหรับโปรโมชันที่เป็น “ของขวัญ” เพราะหลาย บลจ.ยังคงยึดแนวทางนี้ไว้อย่างเหนียวแน่น เช่น บลจ.ยูโอบี และ บลจ.อเบอร์ดีน โดยมีให้ตั้งแต่ถุงผ้า ร่มกันแดด สมุด เครื่องคั้นน้ำผลไม้
ขณะที่ “บัตรกำนัล” ก็ยังเป็นอีกโปรโมชันหนึ่งที่บาง บลจ.เลือกใช้ เช่น บลจ.ซีมิโก้ และ บลจ.เอ็มเอฟซี แต่ที่พิเศษกว่าของขวัญและบัตรกำนัล คือ บลจ.เอ็มเอฟซี จัดแจก “สร้อยคอทองคำ” มูลค่า 1.25 หมื่นบาท ถ้าลงทุนตั้งแต่ 1 ล้านบาท หรือจะเลือกรับเป็นกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อินเตอร์เนชั่นแนล โกลด์ ฟันด์ (I-GOLD) มูลค่าสูงสุด 8,000 บาท
นอกจากนี้ หลาย บลจ. ที่แม้จะไม่ได้มีโปรโมชันของขวัญออกมาเป็น “ตัวชูโรง” แต่ก็มีให้เป็น “น้ำจิ้ม” เล็กๆ น้อยๆ ให้นักลงทุนได้มีติดไม้ติดมือกลับบ้าน และอาจจะมีของขวัญเล็กน้อยจากการใช้บัตรเครดิตชำระค่าหน่วยลงทุน
บัตรเครดิต : ใช้ดี หรือ ไม่ใช้ดี
น่าจะเป็น “ประเด็นร้อน” สำหรับอุตสาหกรรมกองทุนรวมปีนี้ หลังจาก วรวรรณ ธาราภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.บัวหลวง และนายกสมาคมบริษัทจัดการกองทุน ออกมากระตุ้นเตือนนักลงทุนว่า “อย่ากู้เงินมาลงทุน” เพราะมีความเสี่ยงที่จะขาดทุน
“ปัจจุบันมีผู้แนะนำการลงทุนหรือผู้ขายกองทุนพยายามแนะนำให้ลูกค้ากู้ยืมในรูปแบบต่างๆ เพื่อนำเงินไปซื้อกองทุนรวม นอกจากนี้พนักงานขายธนาคารต่างประเทศยังให้ใช้วงเงินจากบัตรเครดิตไปซื้อกองทุน โดยบอกว่าหุ้นขึ้นแล้วได้กำไรคุ้มดอกเบี้ยแน่นอน แต่ที่จริงแล้วจะไม่มีใครสามารถยืนยันได้ว่า การกู้ยืมเงินมาลงทุนในกองทุนรวมจะทำให้เราได้กำไร” วรวรรณ กล่าว
นอกจากนี้ บลจ.สมาชิก ในสมาคมบริษัทจัดการลงทุน มีข้อตกลงร่วมกันและส่งเป็นหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ว่า จะไม่จูงใจนักลงทุนให้ซื้อกองทุน โดยทำให้ลูกค้าหลงผิด
แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความพยายามในการอำนวยความสะดวกนักลงทุน โดยการเปิดให้ชำระด้วยบัตรเครดิต และสามารถ “แบ่งจ่าย” เป็นงวดๆ ได้อีกด้วย
บลจ.กรุงไทย เปิดให้ใช้บัตรเครดิตชำระค่าหน่วยลงทุนได้ทั้งบัตรเคทีซี บัตรเครดิตซิตี้แบงก์ บัตรเครดิตในเครือกรุงศรี และเทสโก้ โลตัส ซึ่งแต่ละบัตรมีเงื่อนไขและโปรโมชันต่างกันไปอาทิ
บัตรเครดิตซิตี้แบงก์ ให้แบ่งชำระ 0% นาน 3 เดือน แต่ถ้าเลือกผ่อนชำระ 4, 6 หรือ 10 เดือน จะต้องจ่ายดอกเบี้ย 0.5% ต่อเดือน แต่ถ้าเป็นบัตรเครดิตกรุงศรี โฮมโปรวีซ่า และบัตรเซ็นทรัล เครดิต คาร์ด สามารถผ่อนชำระได้นานสุด 10 เดือน ดอกเบี้ย 0.55% ต่อเดือน ขณะที่บัตรเครดิตเทสโก้ วีซ่า ผ่อนนานสูงสุด 10 เดือน ดอกเบี้ย 0.50% ต่อเดือน
นอกจากนี้ ยังมีอีกหลาย บลจ.ที่อำนวยความสะดวกให้ลูกค้า โดยให้ชำระผ่านบัตรเครดิต เช่น บลจ.กสิกรไทย บลจ.แมนูไลฟ์ ที่สามารถเลือกโปรแกรมแบ่งจ่ายได้เช่นกัน ขณะที่ บลจ.บัวหลวง เปิดให้ชำระด้วยบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ โดยไม่มีเงื่อนไขการแบ่งชำระ
“สิ่งที่จะแนะนำก็คือ ใช้บัตรเครดิตซื้อกองทุนรวม RMF และ LTF ได้ แต่เมื่อถึงเวลาเรียกเก็บเงินจะต้องจ่ายชำระเต็มจำนวน” วรวรรณ แนะนำ







