
บลจ.ชี้จังหวะลงทุนกองทอง
ราคาดิ่งช่วงสั้น-ระยะยาวยังดีMFCกองใหม่ผลตอบแทน7%
ราคาดิ่งช่วงสั้น-ระยะยาวยังดีMFCกองใหม่ผลตอบแทน7%
ผู้จัดการกองทุนมองทองหลุด 1,600 เหรียญสหรัฐ จังหวะเข้าซื้อ เชื่อระยะยาวยังดี
นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า ปัญหาหนี้ยุโรปยังกดดันตลาดต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่เทขายสินทรัพย์เสี่ยง แล้วหันมาถือครองเงินเหรียญสหรัฐมากขึ้นจนแข็งค่าขึ้นในรอบ 11 เดือนเมื่อเทียบกับยูโร และกดดันราคาทองคำให้ปรับตัวลงรุนแรงจนหลุดจากระดับ 1,600 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ จึงเป็นจังหวะดีสำหรับการลงทุน
“ราคาทองคำปรับตัวลงรุนแรงช่วงนี้ เป็นความวิตกกังวลชั่วคราวและน่าจะเป็นไปในช่วงสั้นๆ จนกว่าตลาดและสถานการณ์ในยุโรปจะมีทิศทางในการแก้ปัญหาที่ชัดเจนมากขึ้น และเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวอย่างเต็มที่ ขณะที่แนวโน้มราคาทองคำในระยะยาวยังมีความน่าสนใจ เนื่องจากความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยยังคงมีอยู่จนกว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวชัดเจน” นายพัชร กล่าว
สำหรับกองทุนเปิดเค โกลด์เพื่อการเลี้ยงชีพ (KGDRMF) เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากราคาปรับตัวลงมาค่อนข้างมากแล้ว เป็นจังหวะดีที่จะเข้าไปลงทุนด้วยต้นทุนที่ต่ำสุดในรอบ 6 เดือน ซึ่งผู้ลงทุนในกองทุน KGDRMF ในช่วงที่ราคาทองคำต่ำกว่า 1,600 เหรียญสหรัฐ ยังสามารถเลือกสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุน RMF อื่นๆ ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า อย่างกองทุน RMF ตราสารหนี้ได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม เพื่อสะสมผลตอบแทนที่พอใจไว้ได้และลดความเสี่ยงจากทองคำผันผวน
ด้าน น.ส.ประภา ปูรณโชติ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี เปิดเผยว่า เอ็มเอฟซีเปิดขายกองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อินเตอร์เนชั่นแนล โกลด์ สปอท 7 ซีรีส์ 3 หรือ I-GOLD7S3 มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนกองทุนรวมทองคำต่างประเทศ (ETF) หลายกองทุน ตั้งเป้าหมายผลตอบแทน 7% ภายใน 10 เดือน เปิดขายวันที่ 15-21 ธ.ค.นี้
“เป็นโอกาสเหมาะสมที่จะเข้าลงทุนในทองคำ เนื่องจากแนวโน้มราคาทองคำในอีก 12 เดือนจะสูงขึ้นจากปัจจัยสนับสนุนหลัก ได้แก่ แนวโน้มความต้องการถือครองทองคำจากภาคเอกชนหรือภาคธนาคารกลางต่างๆ ของโลกที่สูงขึ้น นักลงทุนหันมาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงต่ำเช่นทองคำกันมากขึ้นเพราะปัญหาหนี้สาธารณะในกลุ่มเศรษฐกิจยุโรปที่ยังไม่คลี่คลาย และทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ ที่ยังอยู่ในระดับต่ำ รวมถึงแนวโน้มเงินเฟ้อของกลุ่มประเทศเกิดใหม่ที่ยังไม่ชะลอตัว ส่วนจีนมีความต้องการทองรูปพรรณเพิ่มสูงขึ้น 13%ในปีนี้ ซึ่งรายได้ของประชาชนจีนและราคาทองคำเป็นในทิศทางเดียวกัน
คาดว่าราคาทองคำจะปรับตัวลงถึงสิ้นปีนี้เท่านั้น หลังจากนี้มาตรการจากสหภาพยุโรป เช่น การกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำระยะยาวเพื่อเพิ่มสภาพคล่องจากธนาคารกลางยุโรป การระดมเงินเข้าสู่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการช่วยเหลือในอนาคตและผลจาก QE3 ในไตรมาสแรกของปี 2555 จะผลักดันราคาทองคำให้สูงขึ้น โดยราคาอาจมีการปรับตัวเป็นช่วงๆ ตามเหตุการณ์และปัจจัยที่กระทบ
นายศุภกร สุนทรกิจ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เกียรตินาคิน กล่าวว่า ราคาทองคำที่ปรับตัวลงมาเป็นโอกาสในการเข้าลงทุน เนื่องจากแนวโน้มราคามีโอกาสดีดกลับได้หากมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้ยุโรปส่งสัญญาณออกมา จะทำให้นักลงทุนโยกเงินจากเหรียญสหรัฐกลับมาลงทุนสินทรัพย์อื่นๆ รวมถึงทองคำ ดังนั้นจากระดับปัจจุบันไปสู่จุดสูงสุดที่ทำไว้ที่ 1,750 เหรียญสหรัฐ ถือว่าน่าสนใจ
นายไพศาล ครุฑดำรงชัย รองกรรมการผู้จัดการ บลจ.ทหารไทย กล่าวว่า ทองคำเป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่ควรมีอยู่ในพอร์ตประมาณ 15-20%







