
ให้เวลา3เดือน อสังหาฯดูผลเลิกมาตรการ
โพสต์ทูเดย์
— เอกชนอสังหาริมทรัพย์เดินแผน 2 รอ 3 เดือน ประเมินผลกระทบรัฐเลิกอุ้ม ก่อนชงฟื้นมาตรการอีกรอบ คาดทั้งปีตลาดติดลบ 5%นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผยว่า ภาคเอกชนจะขอเวลา 3 เดือนหลังรัฐบาลยกเลิกการใช้มาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่จะหมดอายุลงในวันที่ 28 มี.ค. ที่จะถึงนี้ ดูว่าจะส่งผลกระทบกับตลาดบ้านมากน้อยแค่ไหน เพื่อนำมาเป็นข้อมูลเสนอให้รัฐบาลได้พิจารณาถึงความจำเป็นในการใช้มาตรการกระตุ้นในภาวะที่เศรษฐกิจยังเปราะบาง และอาจจะเสนอให้รัฐใช้มาตรการอีกครั้ง
“
หากพูดอะไรไปตอนนี้รัฐบาลก็คงจะไม่เชื่อ เพราะไม่มีข้อมูลอะไรที่จะไปบอกกับรัฐบาลได้ จึงขอเวลาอีก 3 เดือนหลังเลิกใช้มาตรการก็จะรู้ว่าผลที่ตามมาจะเป็นเช่นไร เพราะขณะนี้รัฐบาลเชื่อข้อมูลที่มีอยู่ว่าการโอนบ้านโตขึ้น 7% ก็สรุปว่ามาตรการประสบผลสำเร็จ แต่ข้อเท็จจริงหากดึงเอายอดโอนบ้านเอื้ออาทรที่มีการโอนประมาณ 2 หมื่นหน่วยออกไป ตลาดจะใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ไม่ได้ดีขึ้นอย่างที่คิด” นายอธิป กล่าวอย่างไรก็ตาม คาดว่าหลังจากรัฐบาลเลิกมาตรการ จะทำให้นอกจากจะทำให้ต้นทุนบ้านเพิ่มขึ้นทันที 4.2% แล้ว ตลาดจะชะลอตัวลงแน่นอน โดยเฉพาะเดือนเม.ย.พ.ค.ในไตรมาส 2 ที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด และถ้ามองในแง่ดีที่สุด ถ้าตลาดบ้านมีผลกระทบเฉพาะแค่ 2 เดือนนี้ ตลาดรวมทั้งปีจะกลับไปติดลบประมาณ 5% และเชื่อว่าผลกระทบจากการเลิกมาตรการจะไม่ใช่แค่ 2 เดือน
นายอธิป ยังกล่าวในฐานะรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย ด้วยว่า จะพยายามเร่งโอนบ้านที่มีอยู่รวมมูลค่า 800 ล้านบาทให้ลูกค้าให้ได้มากที่สุด ขณะเดียวกัน บริษัทได้เปิดคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ ชื่อ ศุภาลัย ริเวอร์ รีสอร์ท บนถนนเจริญนคร เนื้อที่ 12 ไร่ 1 อาคารสูง 39 ชั้น จำนวน 906 ยูนิต ขนาด 38253 ตร.ม. ราคาเริ่มต้นที่ 2.2 ล้านบาท ซึ่งโครงการประเภทคอนโดมิเนียมจะไม่ได้ประโยชน์จากมาตรการของรัฐ







