
สมาคมห้ามบล.หั่นคอมมิชชันแข่งดุ
สมาคมโบรกเกอร์นัดสมาชิกถกเดือนนี้ กำชับครั้งสุดท้ายห้ามหั่นราคาแข่งขัน ก่อนเปิดเสรี ม.ค. 2555
สมาคมโบรกเกอร์นัดสมาชิกถกเดือนนี้ กำชับครั้งสุดท้ายห้ามหั่นราคาแข่งขัน ก่อนเปิดเสรี ม.ค. 2555
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า ภายในเดือน ธ.ค.นี้ สมาคมจะเรียกประชุมสมาชิกมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์ (คอมมิชชัน) เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนเปิดเสรีคอมมิชชันเต็มรูปแบบในเดือน ม.ค.ปีหน้า เพื่อดูแลให้สมาชิกคิดค่าบริการแบบมีเหตุผลไม่เสียมาตรฐานการให้บริการลูกค้าและผ่านรอยต่อของการเปิดเสรีไปได้อย่างเรียบร้อย
“เราจะนัดมาทำความเข้าใจและให้ความรู้ว่าถ้ามัวแต่คิดค่าบริการถูกๆ กันหมด ก็จะทำให้โบรกเกอร์อ่อนแอลงและคงไปแข่งกับใครไม่ได้ ทุกคนต้องมีความรู้สึกว่าเราต้องดูแลธุรกิจของตัวเอง พัฒนากันในเชิงคุณภาพ ตอนนี้เราไม่ได้แข่งขันกันเองแล้ว แต่กำลังจะแข่งกับต่างประเทศ เพราะฉะนั้นต้องร่วมมือกัน สามัคคีกัน” นางภัทธีรา กล่าว
ด้านการคิดค่าคอมมิชชันซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านระบบเชื่อมโยงการซื้อขายหลักทรัพย์ในภูมิภาคอาเซียน (อาเซียนลิงก์) คาดว่าจะมีอัตราที่สูงกว่าการซื้อขายหุ้นในประเทศ เพราะจะคิดตามอัตราคอมมิชชันของโบรกเกอร์แต่ละประเทศ ซึ่งไม่เท่ากัน โดยคอมมิชชันของอุตสาหกรรมหลักทรัพย์ไทยมีอัตราต่ำสุดในภูมิภาค คือไม่เกิน 0.25% ขณะที่ประเทศอื่นอยู่ในระดับ 0.3-0.7%
“คอมมิชชันของอาเซียนลิงก์จะไม่กำหนดตายตัวหรือมีราคากลาง เพราะจะไปทำลายระบบคอมมิชชันของประเทศอื่น ซึ่งเขาคงไม่ยอม การคิดค่าธรรมเนียมจึงต้องยึดตามของแต่ละประเทศ ซึ่งถูกหรือแพงต่างกันขึ้นอยู่กับว่านักลงทุนซื้อหุ้นประเทศไหน” นางภัทธีรา กล่าว
ทั้งนี้ คาดว่าในช่วงไตรมาสแรกปี 2555 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะอนุญาตให้บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินตราต่างประเทศได้ โดยต้องเป็นธุรกรรมที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจ ไม่ใช่การเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อให้ทัดเทียมกับคู่แข่งในอาเซียนและสอดคล้องกับการเชื่อมโยงตลาดทุนภูมิภาค
นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ค่าคอมมิชชันของอาเซียนลิงก์น่าจะสูงกว่าการซื้อขายหุ้นในประเทศ เพราะการลงทุนข้ามประเทศย่อมต้องมีต้นทุนที่สูงกว่า อย่างไร ก็ตามโบรกเกอร์ทั้งหมดต้องมาหารือกันว่าจะเก็บในอัตราเท่าใดจึงจะเหมาะสม แต่เชื่อว่าไม่น่าจะแตกต่างจากอัตราปัจจุบันมากนัก







