posttoday
ลันช์บีต จังหวะใหม่...จังหวะมันส์

ลันช์บีต จังหวะใหม่...จังหวะมันส์

12 ธันวาคม 2554

เดือน ธ.ค.แบบนี้ เป็นช่วงเวลาที่คนจำนวนไม่น้อยอาจจะรู้สึกเบื่อๆ

เดือน ธ.ค.แบบนี้ เป็นช่วงเวลาที่คนจำนวนไม่น้อยอาจจะรู้สึกเบื่อๆ

โดย..ฐาปนา

ที่ต้องทำงาน เพราะอารมณ์ของการสรวลเสเฮฮามีมากกว่าซะแล้ว แต่ครั้นจะขี้เกียจก็เห็นทีจะไม่เหมาะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ประเทศของเรากำลังต้องการการฟื้นฟูอย่างมากในขณะนี้ การขยันขันแข็งทำงานน่าจะเป็นเรื่องดีที่สุด ดีกว่านั่งนึกถึงแต่ความสนุกสนานของเทศกาล

แต่ถ้าหากเอาสองอย่างมารวมกันได้ จะเป็นอย่างไร

มอลลี เรนจ์ สาวชาวสวีเดนอายุเพียง 28 ปี เป็นผู้บุกเบิกธุรกิจใหม่ได้อย่างน่าสนใจ หลังจากเจ้าตัวประกาศว่า รักการทำงาน แต่ในขณะเดียวกันก็รักที่จะออกนอกบ้านไป “แดนซ์” ให้สุดเหวี่ยงด้วยเหมือนกัน แต่ที่ผ่านมาก็พบกับความผิดหวังมาตลอด เพราะ 2 เรื่องนี้เป็นเหมือนเส้นขนานที่ไม่มีทางมาบรรจบกันได้

แต่แล้วมอลลีก็เกิดไอเดียเด็ดในการที่จะรวมเรื่องที่ไม่น่าจะเข้ากันทั้งสองเรื่องนี้มาไว้ด้วยกันให้ได้อย่างจริงๆ จังๆ และในตอนนี้ แนวคิดสนุกๆ ของมอลลีก็กลายเป็นบริการที่กำลังโด่งดังในสวีเดน ภายใต้ชื่อ Lunch Beat หรือจังหวะ (การเต้นดนตรี) ระหว่างมื้ออาหารกลางวัน

ลันช์บีต จังหวะใหม่...จังหวะมันส์

 

ลันช์ บีต กลายเป็นสิ่งที่สำนักข่าวเอเอฟพีบอกว่า เติบโตเหมือนไฟลามทุ่งนับตั้งแต่มอลลีได้ริเริ่มแนวคิดนี้ในช่วงต้นปีที่แล้ว

ลันช์ บีต คือการออกไปใช้บริการรับประทานอาหารกลางวันในระหว่างช่วงพักเที่ยง ซึ่งฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดา แต่มันไม่ธรรมดาตรงที่สถานที่รับประทานอาหารกลางวันนั้นได้แต่งแต้มด้วยเสียงดนตรี การเต้นรำที่มันส์หยด เสียงหัวเราะเฮฮา การปาร์ตี้แบบสุดเหวี่ยง ซึ่งทั้งหมดนี้เริ่มต้นและจบลงภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมงของการพักกลางวัน เวลาที่คนทำงานจะได้ผ่อนคลายก่อนกลับไปเคร่งเครียดกับการทำงานหนักต่อในช่วงบ่าย

มอลลีเริ่มการบริการลันช์ บีตนี้ในช่วงเดือน พ.ค. 2553 ซึ่งในครั้งแรกมีคนมาร่วมเพียง 14 คน ในโรงรถเล็กๆ แห่งหนึ่งในกรุงสตอกโฮล์ม เมืองหลวงของสวีเดน ซึ่งในทีแรกเธอแค่อยากจะสร้างสถานที่คล้ายๆ คลับในเมืองขึ้นมาแบบลับๆ แต่เมื่อได้เสียงตอบรับเป็นอย่างดี ไอเดียก็พัฒนาขึ้นจนกลายมาเป็นลันช์ บีต ที่ซึ่งคนทำงานสามารถเดินออกมาพักเที่ยง ยืนรับประทานแซนด์วิชอร่อยๆ คุยกับเพื่อนร่วมงาน พร้อมๆ กับการโลดแล่นไปตามจังหวะเพลงมันส์ๆ ในสถานบริการที่เอเอฟพีบอกว่า เป็นการผสมผสานระหว่างการพักเที่ยงเข้ากับอารมณ์เล็กๆ ของดิสโก้

เอวา บียอร์กแมน หนึ่งในลูกค้าของลันช์ บีต บอกว่า เป็นเรื่องที่สนุกมากในการที่ได้มาพักเที่ยง ร้องตะโกนอย่างเร้าใจไปกับจังหวะอิเล็กทรอนิกส์

“เป็นเรื่องดีที่จะได้อยู่ห่างจากคอมพิวเตอร์เสียบ้าง แล้วออกไปสนุกกับการ ‘แดนซ์’ ในช่วงกลางวัน” เอวาบอกกับผู้สื่อข่าวท่ามกลางการสังสรรค์ในแสงสีใต้แสงไฟยามเที่ยง ซึ่งเป็นเวลาที่ ลันช์ บีตให้ได้สำหรับคนที่ออกจากสำนักงานไปเพื่อผ่อนคลายชั่วประเดี๋ยว หรือบางคนก็ไปเพื่อที่จะสนุกสุดเหวี่ยงจริงๆ ในบรรยากาศเหมือนไนต์คลับ ผิดแต่ว่าทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลากลางวัน มีคนรักสนุกมากกว่า 300 คน ที่มาเบียดเสียดอยู่ในห้องมืดๆ แต่เต็มไปด้วยสีสัน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าลันช์ บีตจะได้รับความนิยมมาก แต่มอลลีก็ไม่ได้พัฒนามันขึ้นมาเป็นธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ เธอเพียงแค่จัดการให้มีการบริการลันช์ บีตขึ้นมาแบบนานๆ ที และย้ายสถานที่จัดไปมาหลายแห่ง แต่ส่วนใหญ่จะปักหลักกันที่ศูนย์วัฒนธรรมในสตอกโฮล์ม ซึ่งจะมีการจัดลันช์ บีตขึ้นมาเป็นประจำเดือนละ 1 ครั้ง และยังมีการกระจายตัวไปจัดที่อื่นๆ อีกหลายเมืองแล้วแต่โอกาส โดยในเดือน ม.ค.ที่กำลังจะมาถึงนี้ มีกำหนดแผนการจัดลันช์ บีตขึ้นที่พิพิธภัณฑ์ใต้ดินแห่งหนึ่งในพระราชวังเก่า

งานนี้มอลลีแม่สาวต้นคิดบอกว่า ไม่สงวนลิขสิทธิ์ หากใครอยากจะมาร่วมจัด หรือเอาไอเดียของลันช์ บีตไปใช้ ก็อนุญาตให้ทำกันได้ตามสบาย เพราะเธอมีความเชื่อว่าเรื่องแบบนี้เป็นแนวคิดของการแบ่งปัน และอยากให้สนับสนุนให้เกิดลันช์ บีตขึ้นในทุกๆ แห่งที่เป็นไปได้ แต่ยังอยากให้คงหลักการเดิมๆ คือ ถ้าใครอยากจะจัดลันช์ บีตขึ้นก็ให้มาโพสต์ข้อความเชิญชวนไว้ในเว็บไซต์ lunchbeat.org แล้วก็ออกไปจัดงานในรูปแบบที่คนทำงานคนไหนสะดวกก็สามารถมาเต้น มากระโดด มาตะโกน ให้สนุกสุดเหวี่ยงในช่วงพักเที่ยง

ที่สำคัญมอลลีบอกว่า ขอให้เป็นการจัดลันช์ บีตเพื่อความสนุกสนาน ไม่ใช่เพื่อการแสวงหากำไร และต้องยึดหลักการที่ว่า จะจัดเพียงชั่วโมงเดียวในเวลาพักเที่ยงของวันทำงานธรรมดา และหลังจากงานเลี้ยงเลิกราทุกคนก็กลับไปทำงานกันตามปกติ

ลันช์บีต จังหวะใหม่...จังหวะมันส์

แม้การจัดลันช์ บีตจะเป็นกิจกรรมที่ไม่แสวงหากำไร แต่การจัดงานย่อมมีค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นค่าสถานที่ ค่าดนตรี ค่าอาหาร ดังนั้นเมื่อประตูของสถานบริการนี้เปิดขึ้นเวลาเที่ยงตรง คนที่อยากเข้ามาใช้บริการจะต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินจำนวน 100 โครนเนอร์ หรือราวๆ 15 เหรียญสหรัฐ ให้แก่ผู้จัด ซึ่งจะบริการอาหารต่างๆ ให้ หลักๆ คือ กล้วย และน้ำที่มีให้หยิบเองได้ไม่อั้น ส่วนอาหารหนักอื่นๆ จะได้รับแค่คนละชุด หรือหากใครไม่อยากสนใจการรับประทานอาหาร ก็สามารถลงไปกลางเวทีแล้ววาดลวดลายเท้าไฟได้ทันที ซึ่งผู้มาใช้บริการส่วนใหญ่จะเป็นอย่างนั้น คือเมื่อมาถึงก็ “แดนซ์” กันลืมโลก หลายคนเต้นไปเคี้ยวไปเพื่อไม่ให้เสียเวลาของการพักกลางวันที่มีเพียงชั่วโมงเดียว

แอนเดอร์ส ราสมุสเซ็น หนึ่งในผู้มาใช้บริการลันช์ บีต ซึ่งจริงๆ แล้วเขาทำธุรกิจเสื้อผ้าอยู่บอกว่าได้มาร่วมลันช์ บีตเป็นครั้งที่ 4 แล้ว และแม้ว่าปกติหลังเลิกงานจะเคยไปเที่ยวยามเย็นอยู่บ่อยๆ แต่ไม่มีอะไรเหมือนลันช์ บีต สถานที่สุดเหวี่ยงที่ให้บริการเพียงชั่วโมงเดียว ไม่มีเครื่องดื่มมึนเมาเพื่อให้ทุกคนมาสนุก แล้วกลับไปทำงานต่อได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเขาบอกว่ามันเป็นเรื่องสำคัญมากทีเดียวที่จะได้ออกมาจากสำนักงานเสียบ้าง แล้วมาสนุกให้สมองโล่งสักชั่วโมง ก่อนจะกลับไปทำงาน ซึ่งเขารู้สึกว่าการปลดปล่อยนี้ทำให้การกลับไปทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม

อันที่จริงแล้วแนวคิดแบบลันช์ บีตเป็นแนวคิดที่น่าสนับสนุน และมันสามารถพัฒนาเป็นธุรกิจที่สามารถเติบโตมีมูลค่ามหาศาลได้แน่นอน แต่ มอลลี เรนจ์ สาวต้นคิดก็ยอมที่จะให้แนวคิดนี้เป็นของทุกคน และไม่หวังทำกำไรจากไอเดียสุดบรรเจิดนี้

ส่วนในประเทศไทย หากใครคิดจะทำก็น่าจะได้ผลตอบรับดีได้เหมือนกัน เพราะคนไทยหลายคนก็เครียดจากการทำงาน และน่าจะอยากปลดปล่อยบ้าง แต่หากจะทำคงต้องเลือกทำเลเหมาะๆ ใกล้แหล่งที่เป็นอาคารสำนักงาน เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว ถ้าต้องผจญกับรถติดยามพักเที่ยงมาหาลันช์ บีต แทนที่จะสมองโปร่งกลับไปทำงาน อาจจะเครียดเพราะการจราจรแทนก็เป็นได้ 

 

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร