posttoday
TCC จากนักขาย กลายเป็นผู้ลงทุน

TCC จากนักขาย กลายเป็นผู้ลงทุน

12 ธันวาคม 2554

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.)

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.)

โดย...พณิตศรณ์ หวังจงชัยชนะ

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) งวด 9 เดือนของปีนี้อย่างเป็นทางการ ว่าบริษัทจำนวน 442 แห่ง สามารถทำกำไรสุทธิรวมสูงถึง 518,282 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.3% และมียอดขายรวมถึง 6,428,534 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.89%

พร้อมกับให้ตัวเลขที่ว่ามี บจ.ใน SET จำนวน 33 บริษัท และบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) อีก 8 แห่ง รวมจำนวน 41 บริษัท สามารถสร้างกำไรและรายได้สูงกว่าทั้งปี 2553 ท่ามกลางปัจจัยลบเข้ามาโดยตลอดในปีนี้ แต่ยังสามารถรักษาการเติบโตได้ สะท้อนให้เห็นว่ามีกลยุทธ์ในการบริหารจัดการ

บริษัท ไทย แคปปิตอล คอร์ปอเรชั่น (TCC) ติดหนึ่งใน 41 บริษัท โดยงวด 9 เดือนปีนี้มีกำไรสุทธิ 37 ล้านบาท และรายได้รวม 855 ล้านบาท เทียบกับงวดปี 2553 มีกำไรสุทธิ 26 ล้านบาท และรายได้ 473 ล้านบาท

“บัณฑิต โชติวรรณพร” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย แคปปิตอล คอร์ปอเรชั่น ซึ่งดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายถ่านหิน ได้เผยถึงสาเหตุที่ทำให้บริษัทเบียดขึ้นติดหนึ่งใน 41 บริษัทผลประกอบการงวด 9 เดือนปีนี้ออกมาสูงกว่าปีที่แล้วทั้งปีเกิดจากหลายองค์ประกอบสนับสนุน

นอกจากจะจับกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อแล้ว ยังเป็นช่วงที่เปิดโรงงานใหม่อีก 1 แห่ง ถือเป็นการขยายกำลังการผลิตของบริษัทให้สูงขึ้น และที่ตั้งโรงงานแห่งใหม่ใกล้กับฐานลูกค้า จึงช่วยลดต้นทุนในการจัดส่งถ่านหิน เอื้อให้ความสามารถในการทำกำไรและยอดขายของบริษัทสูงขึ้น

ผลจากการเปิดโรงงานใหม่ ทำให้ความสามารถในการผลิตขยับขึ้นเป็น 1.2 แสนตันต่อเดือน หรือประมาณ 1.5 ล้านตันต่อปี ขณะที่บริษัทขายถ่านหินในปีนี้เพียง 4 แสนตัน หรือคิดเป็นสัดส่วนเพียง 3040% ของความสามารถในการผลิต เพียงการผลิตระดับนี้ยังก่อให้เกิดการเติบโตสูงหลัก 100% ดังนั้นยังมีเพดานให้บริษัทเติบโตได้อีกไกล

แม้ว่าจะมีกำลังการผลิตเหลือรองรับการขยายตัว แต่ “บัณฑิต” ไม่คิดหยุด TCC เป็นเพียงเทรดเดอร์ธุรกิจถ่านหิน นำเข้าแล้วส่งออกไปขายยังต่างประเทศ หรือขายให้กับลูกค้าในประเทศเท่านั้น แต่ยังวางจุดยืนให้ TCC เป็นผู้ลงทุน (Investor) โดยในแง่ธุรกิจถ่านหินมองการซื้อเหมืองเป็นเป้าหมายสำคัญ

ขณะเดียวกัน วางแผนว่าภายในปี 2560 บริษัทจะลงทุนพลังงานทางเลือกอื่นควบคู่ธุรกิจถ่านหิน โดยมุ่งให้ความสำคัญกับพลังงานทางเลือกประเภทชีวมวล (ไบโอแมส) เพื่อเป็นการต่อยอดธุรกิจที่มีอยู่ เพราะกลุ่มลูกค้าเป็นกลุ่มเดียวกับธุรกิจถ่านหิน อีกทั้งยังจะช่วยกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจให้กับ TCC อีกด้วย

“แผนการมองหาโอกาสลงทุนพลังงานทางเลือกกับการลงทุนในเหมืองถ่านหินนั้นเราทำควบคู่กันไป ไม่จำเป็นว่าอะไรต้องเสร็จก่อน ขึ้นอยู่กับโอกาสทางธุรกิจ เพราะจุดสำคัญจะไขความสามารถทำกำไรของบริษัทให้ได้เร็วที่สุด” กรรมการผู้จัดการ TCC กล่าว

พลังงานทางเลือกและการมีเหมืองถ่านหินเป็นของตัวเอง ดูเหมือนจะเป็นโมเดลธุรกิจที่ผู้ค้าถ่านหินทุกรายจะต้องเดิน “บัณฑิต” ให้ความเห็นว่าเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ เพราะขณะนี้เส้นกราฟผลประกอบการของบริษัทอยู่ในระหว่างปรับตัวขาขึ้น หากไม่ดำเนินการอะไร เมื่อถึงจุดหนึ่งการเติบโตของบริษัทจะเข้าสู่ภาวะทรงตัว แต่เพื่อรักษาระดับการขยายตัวให้อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง การลงทุนพลังงานทางเลือกและการซื้อเหมืองจะเป็นปัจจัยหนุนให้สภาพการเติบโตในระดับสูงยืดระยะเวลาออกไป

“บัณฑิต” ยังฉายภาพ TCC ในปี 2560 คือจะเห็นเป็นบริษัทพลังงานทางเลือก ซึ่งไม่จำกัดเพียงแค่ถ่านหินอีกต่อไป และพร้อมจะลงทุนในโครงการใหม่ๆ เพื่อต่อยอดธุรกิจเดิม การลงทุนในพลังงานทางเลือกบริษัทจะวางจุดยืน ไม่จำเป็นต้องเข้าไปดำเนินการเองทั้งหมด

ในแง่ของเงินทุนนั้นบริษัทมีความพร้อมเป็นอย่างมาก อัตราหนี้สินต่อทุน (DE) อยู่ในระดับต่ำ 0.5 เท่า และโดยธรรมชาติของธุรกิจไม่จำเป็นต้องใช้ทุนจำนวนมาก เว้นแต่จะมีการลงทุนเพิ่มในส่วนของท่าเรือ เป็นต้น ซึ่งก็ยังไม่ใช่ความจำเป็นของบริษัทในขณะนี้

นอกจากนี้ บริษัทยังมีใบสำคัญแสดงสิทธิเพื่อซื้อหุ้นสามัญของบริษัท (วอร์แรนต์) ชุดที่ 1 จำนวน 200 ล้านหน่วย กำหนดใช้สิทธิในปี 2557 และชุดที่ 2 จำนวน 75 ล้านหน่วย ใช้สิทธิในปี 2561 ทำให้ระหว่างทางบริษัทจะมีเงินรองรับการลงทุน

“บัณฑิต” ยอมรับว่า ความคิดในการสร้างโมเดลทางธุรกิจนี้อาจมาจากส่วนตัวนั้นใช้ทักษะของการเคยสวมหมวกเป็นวาณิชธนากรมาก่อน แต่ท้ายที่สุดแล้ว เห็นว่านักธุรกิจที่ดีจะต้องขายของเป็น จับลูกค้าให้เป็น นั่นคือคำตอบที่จะสร้างให้ธุรกิจมีความจีรังยั่งยืน  

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน