
กะลาโมเสกจากของเหลือใช้สู่ของแต่งบ้าน
ไม่น่าเชื่อครับ ไม่น่าเชื่อว่าเศษกะลามะพร้าวแตกๆ กับขวดแก้วใช้แล้วที่ดูไร้ราคา
ไม่น่าเชื่อครับ ไม่น่าเชื่อว่าเศษกะลามะพร้าวแตกๆ กับขวดแก้วใช้แล้วที่ดูไร้ราคา
โดย...นิธิ ท้วมประถม
ไม่น่าเชื่อครับ ไม่น่าเชื่อว่าเศษกะลามะพร้าวแตกๆ กับขวดแก้วใช้แล้วที่ดูไร้ราคา ที่อยู่ตรงหน้าผมขณะนี้จะสามารถนำมาประยุกต์ให้กลายเป็นชิ้นงานศิลปะแสนสวยและสร้างรายได้ให้กับเจ้าของความคิดนี้ได้ไม่ใช่น้อยทีเดียว
และชิ้นงานศิลปะที่ผมพูดถึงก็คือ กะลาโมเสก ที่ คุณประจิน ดวงรัศมี ใช้เวลาคิดค้นการทำนานกว่า 3 ปี ถึงจะประสบความสำเร็จในการสร้างชิ้นงานกะลาโมเสกได้อย่างสมบูรณ์อย่างที่ใจคิดได้
พี่ประจิน บอกว่าลองผิดลองถูกอยู่นานไม่น้อย กว่าจะได้ชิ้นงานอย่างที่เห็น แต่ที่ไม่ยอมแพ้เพราะเห็นว่ากะลานั้นเป็นของเหลือใช้ในชุมชนมีอยู่เยอะมาก ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่จะขายไปทำฟืน ก็จะกลายเป็นภาระต่อสิ่งแวดล้อม เลยคิดว่าอยากเอากะลามารีไซเคิลใช้ประโยชน์บ้าง
แต่จะเอามารีไซเคิลเป็นโคมไฟ หรือถ้วยใบเล็กๆ อย่างที่เห็นกันอยู่ ก็ไม่สมศักดิ์ศรี เลยต้องไปประดิษฐ์คิดค้นเอาเศษกะลาที่แตกๆ มาลองด้วยการนำมาทำเป็นชิ้นเล็กๆ เป็นโมเสก แล้วมาติดที่ภาชนะเหลือใช้แบบลองผิดลองถูกอยู่ประมาณ 2 ปีกว่า
โอว...เห็นเศษกะลาไม่ใช่เอามาติดๆ แปะๆ แล้วจะได้นะครับ เพราะยากตั้งแต่ทำเศษกะลาแล้ว เศษกะลาที่เตรียมไว้นั้น ไม่ได้มาจากการทุบกะลาให้แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแบบเอาค้อนมาทุบโป้งๆ นะครับ แต่ต้องเป็นการทุบแบบมีศิลปะ แถมต้องมีการตัดด้วย ซึ่งเรื่องนี้พี่ประจินบอกว่า ขอเก็บไว้เป็นความลับครับ
เมื่อได้เศษกะลามาแล้ว ก็ต้องไปหาภาชนะเหลือใช้ ที่ไล่ไปตั้งแต่กระป๋องน้ำอัดลม ขวดแก้ว กาน้ำเก่าๆ หรืออะไรก็ได้แล้วแต่จินตนาการ แล้วก็มานั่งแปะโมเสกกะลา ไปเรื่อยๆ โดยใช้กาวตราช้างครับ ซึ่งผมลองไล่แปะดูแล้ว เพลินดีเหมือนกันครับ แต่เสียเวลาไม่น้อย แถมต้องเลือกโมเสกแต่ละชิ้นให้ต่อกันด้วย
“ผมถือว่าเป็นทั้งอาชีพเสริมและเป็นเรื่องของการฝึกสมาธิไปในตัวด้วย”
เศษกะลาที่เอามาติดนั้น จะมีตั้งแต่ขนาดใหญ่จนถึงขนาดเล็กจิ๋ว ประเภทปลายนิ้วก้อยเลยครับ เพราะเศษกะลาแต่ละขนาดก็จะเอามาติดภาชนะต่างกัน อย่างเศษกะลาชิ้นใหญ่ ก็จะไปติดภาชนะชิ้นใหญ่ เช่น แจกันดินเผาขนาดใหญ่ ส่วนเศษกะลาจิ๋วๆ ก็เอามาติดภาชนะชิ้นเล็กๆ อย่างฝากาน้ำ หรือเอาไปเสริมชิ้นงานที่ยังดูโหว่ๆ ให้ลงตัวมากขึ้น
ผมนั่งมองโมเสกกะลามะพร้าวด้วยความทึ่งในความพยายามของพี่ประจินครับ ว่าคิดได้ยังไง แถมเมื่อทำออกมาแล้วราคายังดีเสียด้วย อย่างกระป๋องน้ำอัดลมเหลือใช้ เอามาแปะโมเสกเรียบร้อยลองทายสิครับ ว่าราคาเท่าไหร่
150 บาทขาดตัว ราคานี้ไม่ได้พูดเล่นๆ นะครับ เพราะเป็นราคาที่พี่ประจิน ทำขึ้นตามความต้องการของตลาดและไปวางขายในงานโอท็อปที่เมืองทองธานีมาแล้ว แถมขายได้ด้วยสิ ไม่ต้องพูดถึงพวกแจกัน กระถาง นะครับ ราคาวิ่งขึ้นไปอยู่หลักพัน บางชิ้นอาจทะลุหลักหมื่นบาททีเดียว
ส่วนใครที่มองว่า ไอ้ถ้วยโถโอชามที่ติดโมเสกกะลามะพร้าวแล้วจะกะโหลกกะลา เห็นทีต้องมองใหม่แล้วครับ
“ตลาดตอนนี้ ผมผลิตไม่ทัน เพราะอย่างโรงแรมมาสั่งผมให้ทำอย่างละ 3-4 ตัว ผมก็ทำไม่ทัน หรือถ้าเป็นกระถางดอกไม้เล็กๆ 30 ชิ้น ผมก็ทำไม่ทัน เพราะเป็นงานฝีมือไม่ใช่ปั๊มจากโรงงาน ซึ่งของแต่ละชิ้นจะมีเอกลักษณ์ของตัวมันเอง ไม่มีใครเหมือนหรือซ้ำได้ เรียกว่าเป็นชิ้นเดียวในโลกแน่นอน”
เมื่อเป็นเช่นนั้น ทางพี่ประจิน เลยเปิดคอร์สสอนให้กับผู้สนใจ ส่วนสนนราคาลองไปสอบถามกันเอาเองนะครับว่าจะได้อะไรบ้าง
“คนที่มาเรียนกับผมจะต้องซื้อเศษกะลาจากผม แล้วผมจะสอนทุกขั้นตอนการผลิต รวมถึงบอกออร์เดอร์ให้ด้วยว่ามีใครมาสั่งสินค้าบ้าง ก็รับช่วงกันต่อไป”
ออร์เดอร์ที่บอก ไม่ได้มีออร์เดอร์แต่ในประเทศนะครับ เพราะมีออร์เดอร์จากต่างประเทศเข้ามาไม่น้อยทีเดียว ซึ่งปัจจุบันนี้พี่ประจินมีออร์เดอร์เข้ามาไม่น้อย แต่ไม่สามารถผลิตได้ทัน ซึ่งก็มีหลายครั้งที่ต้องปฏิเสธออร์เดอร์เหล่านั้นไป เพราะไม่สามารถผลิตส่งได้ตามวันเวลาที่ลูกค้าต้องการ
จากเศษกะลามาเป็นงานศิลปะที่สร้างรายได้ให้กับเจ้าของไม่น้อย ถ้าใครสนใจ อยากรู้รายละเอียดตั้งแต่ทำยังไงจนไปถึงขายใคร ก็โทร.ไปได้ที่เบอร์ 08-90983992 ครับ พี่ประจินพร้อมให้คำปรึกษาอยู่แล้วครับ







