posttoday
ปปช.ตามล้างทุจริตสัมปทานรัฐ

ปปช.ตามล้างทุจริตสัมปทานรัฐ

10 ธันวาคม 2554

สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

ตามล้างทุจริตการประมูลงานของรัฐ ด้วยการเสนอให้มีการคุมบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคล หรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานรัฐ

วัตถุประสงค์ในการดำเนินการ ก็คือความต้องการที่จะขจัดการจ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อจะให้ได้รับงานของรัฐซึ่งเป็นการกระทำที่ทำให้ทั้งรัฐบาลและประชาชนเสียหาย

ดังนั้น เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ป.ป.ช. จึงเรียกเอกชนมาชี้แจงแนวทางการปฏิบัติตามประกาศ ป.ป.ช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคล หรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานรัฐ หน่วยงานรัฐและเอกชน พ.ศ. 2554 ให้หน่วยงานรัฐและเอกชนรับทราบ

ภักดี โพธิศิริ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า สำนักงาน ป.ป.ช. จะเสนอประกาศ ป.ป.ช.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคล หรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานรัฐ เพื่อป้องกันการจ่ายสินบนของเอกชนให้เจ้าหน้าที่รัฐ ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบวันที่ 13 ธ.ค.นี้

สาระสำคัญร่างประกาศฉบับนี้ ออกตามความในกฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา 103/7 ที่กำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องเปิดเผยราคากลาง และการคำนวณราคากลางไว้ในระบบข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ประชาชนสามารถเข้าไปตรวจดูได้ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการกำหนดราคากลางเกินความเป็นจริง

พร้อมทั้งกำหนดให้บุคคลหรือนิติบุคคล ซึ่งเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐยื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายของโครงการต่อกรมสรรพากร นอกเหนือจากบัญชีงบดุลปกติที่ยื่นประจำปีด้วย

นอกจากนี้ การรายงานข้อมูลการเบิกจ่ายรายโครงการดังกล่าว ให้รวมถึงการจ่ายเงินของคู่สัญญาที่รับจ่ายผ่านเงินผ่านบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทกระแสรายวัน ยกเว้นกรณีจ่ายเงินสด แต่หากมีการจ่ายเงินเป็นเงินต้องเกิน 3 หมื่นบาท จะต้องแสดงรายการรับจ่ายเช่นกัน

ภักดี กล่าวว่า มาตราดังกล่าวถือเป็นการป้องกันการทุจริตในแง่บัญชี ซึ่งเอกชนที่ทำสัญญาหรือรับงานจากหน่วยงานของรัฐต้องรายงานค่าใช้จ่ายเป็นรายโครงการให้กรมสรรพากร ขณะที่กรมสรรพากรต้องรายงานให้ ป.ป.ช.ทราบหากพบอาจมีการทุจริต เพื่อที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะดำเนินการตรวจสอบหรือไต่สวนการทุจริตต่อไป

ขณะที่ประเภทสัญญาที่ต้องมีการรายงานค่าใช้จ่ายเป็นรายโครงการมี 4 ประเภท ได้แก่ 1.สัญญาที่เกี่ยวกับการจัดหาพัสดุ หรือการพัสดุตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุ แต่ไม่รวมถึงสัญญาธุรกิจ 2.สัญญาสัมปทาน 3.สัญญาให้ทุนสนับสนุนเพื่อการวิจัย และ 4.สัญญาให้ทุนสนับสนุนเพื่อดำเนินกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง

มูลค่าสัญญาที่ต้องยื่นรายการในปีแรก หรือวันที่ 1 เม.ย. 255531 มี.ค. 2556 ตามประกาศฉบับนี้ต้องมีมูลค่าสัญญาตั้งแต่ 2 ล้านบาท และตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2556 ให้บังคับใช้กับสัญญาตั้งแต่ 5 แสนบาท

การปฏิบัติตามประกาศดังกล่าว ให้บังคับใช้กับสัญญาที่หน่วยงานรัฐทำกับเอกชนคู่สัญญาตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2555 เป็นต้นไป หากหน่วยงานรัฐฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามให้ถือว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมีความผิดทางวินัย หรือเป็นเหตุให้ถูกถอดถอนจากตำแหน่ง ส่วนเอกชนหากไม่ปฏิบัติตามจะไม่สิทธิทำสัญญากับหน่วยงานรัฐ

ทั้งนี้ ระหว่างการชี้แจงตัวแทนสมาคมมีเดียเอเยนซี ขอให้ ป.ป.ช.ทบทวนการประกาศราคากลางกรณีที่หน่วยงานรัฐทำสัญญากับบริษัทประชาสัมพันธ์ โดยตัวแทนสมาคม ระบุว่า การโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานรัฐที่จะได้ผลนั้น หากมีการกำหนดราคากลางเป็นมาตรฐาน จะทำให้การประชาสัมพันธ์ไม่ได้ผลตามที่ต้องการได้

เนื่องจากปัจจุบันการประชาสัมพันธ์มีหลายช่องทาง เช่น ผ่านรายการทีวีช่องต่างๆ และสื่อสิ่งพิมพ์ ซึ่งต้องยอมรับว่าหากต้องการให้สื่อประชาสัมพันธ์เข้าถึงประชาชนส่วนใหญ่ต้องผ่านช่องทางที่มีผู้ติดตามมาก เช่น หนังสือพิมพ์ที่มียอดจำหน่ายสูง หรือรายการทีวีที่มีเรตติ้งดี ขณะที่ราคาค่าโฆษณาของสถานีโทรทัศน์แต่ละแห่งไม่เท่ากัน

ขณะที่ภักดี ระบุว่า ป.ป.ช.จะรับข้อเสนอเอกชนตรงนี้ไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป และอยากให้เอกชนเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นด้วย

นอกจากนี้ ตัวแทนบริษัทประชาสัมพันธ์รายหนึ่งสอบถามป.ป.ช.ว่า กรณีการลงบัญชีรายการรับจ่ายในสัญญาที่หน่วยงานรัฐจ้างเอกชนทำการประชาสัมพันธ์นั้น หากเป็นรายการของแถม เช่น การจัดเดินทางทางไปประชุมหรือจัดดูงานในต่างประเทศนอกเหนือจากที่มีการระบุในสัญญาถือเป็นการให้สินบนกับเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่

นายวิโรจน์ ฆ้องวงศ์ นักกฎหมาย ป.ป.ช. (ชำนาญการ) กล่าวว่า การพิจารณาว่ากรณีใดเป็นการรับสินบนหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาการไปดูงานนั้นมีการระบุในสัญญาหรือมีความเกี่ยวข้องกับสัญญาหรือไม่ ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐเองก็ต้องทราบอยู่แล้วว่าการรับของขวัญเกิน 3 พันบาทถือว่าเป็นการรับสินและมีความผิดอาญาอยู่แล้ว

วิโรจน์ ฆ้องวงศ์ นักกฎหมาย ป.ป.ช. (ชำนาญการ) เรียกร้องให้บริษัทต่างๆ โดยเฉพาะบริษัทประชาสัมพันธ์ลงรายการเงินรับรองเจ้าหน้าที่ไว้ในบัญชีรับจ่ายรายโครงการด้วย เพราะ ป.ป.ช.จะได้ติดตามว่าเงินส่วนนี้ไปอยู่ที่เจ้าหน้าที่คนใดบ้าง แต่ก็เชื่อว่าคงไม่มีใครกล้าลงบัญชีรายการนี้แน่ แต่หากตรวจสอบพบเอกชนแสดงบัญชีเท็จ ก็ต้องถูกขึ้นบัญชีดำและห้ามทำสัญญากับหน่วยงานรัฐ 

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน