
‘ธปท.’มึนจับทางค่าบาทไม่ได้
อ่อนตัวแล้ว2%ผันผวนหนักตามปัจจัยต่างประเทศดูยุโรปเป็นหลัก
อ่อนตัวแล้ว2%ผันผวนหนักตามปัจจัยต่างประเทศดูยุโรปเป็นหลัก
ธปท.เผยค่าเงินบาทอ่อนค่าลง 2% แต่ทิศทางการเคลื่อนไหวของค่าเงินยังสะเปะสะปะ ทั้งแข็งและอ่อน
นางสุชาดา กิระกุล รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ขณะนี้เริ่มเห็นเงินจากบริษัทประกันภัยในต่างประเทศไหลมาจ่ายชดเชยความเสียหายน้ำท่วมบ้างแล้ว ส่งผลให้ค่าเงินบาทช่วงนี้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แต่ดูโดยรวมค่าเงินบาทยังคงอ่อนค่า ซึ่งช่วงปลายปีนี้อยู่ที่ระดับ 30.15 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
ปัจจุบันค่าเงินบาทอยู่ที่ระดับ 30.80 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เฉลี่ยแล้วอ่อนค่าลงประมาณ 2% กว่าๆ เพราะฝั่งเงินไหลออกยังมีเงินจากการขายพันธบัตรที่ครบกำหนดบางส่วนไหลออกด้วย จากก่อนหน้าที่เคยเข้ามาลงทุนค่อนข้างมาก ทำให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหว 2 ทิศทาง คือ ทั้งแข็งค่าและอ่อนค่าลงในบางช่วงได้
“ตอนนี้เงินบาทยังเคลื่อนไหวขึ้นๆ ลงๆ ถือว่ามีความผันผวนไม่มากนัก อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในกลุ่มภูมิภาค ซึ่งการอ่อนค่าลง 2% กว่าถือว่ายังอยู่ระดับกลางๆ ของภูมิภาค” นางสุชาดา กล่าว
ทั้งนี้ ตั้งแต่สิ้นปี 2553 จนถึงปัจจุบันค่าเงินบาทเฉลี่ยอ่อนค่า 2% ส่วนเงินริงกิตของมาเลเซียเฉลี่ยอ่อนค่า 1.6% และอินโดนีเซียรูเปียห์อ่อนค่าลง 1% ซึ่งการเคลื่อนไหวในลักษณะนี้ ทำให้ในวันที่ 9 ธ.ค.นี้ ธปท.ไม่จำเป็นต้องเข้าไปดูแลอะไรเป็นพิเศษ เนื่องจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนทั้งผู้ส่งออกและนำเข้าสามารถปรับตัวรับมือกับการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทได้แล้ว
ด้านนายสิงห์ชัย บุณยโยธิน ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตลาดเงิน ธปท. กล่าวว่า ระหว่างปีนี้ค่าเงินบาทมีความผันผวนมาก แต่ช่วงหลังนี้ค่าเงินบาทผันผวนน้อยลง เพราะทิศทางข่าวเศรษฐกิจต่างๆ ในต่างประเทศยังออกมาไม่ชัดเจน ทำให้ตลาดรอดูสถานการณ์ก่อน เช่น ผลการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) การประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรป เป็นต้น ส่งผลให้ตลาดช่วงนี้มีการซื้อขายเบาบาง ซึ่ง ธปท.ต้องจับตาดูทิศทางเหล่านี้ให้ใกล้ชิดด้วย เพราะข่าวดีหรือร้ายที่ออกมาจะมีผลกระทบต่อค่าเงินในทุกภูมิภาค







