
SMEขอกู้ฟื้นน้ำท่วม504ราย
เอสเอ็มอีขอสินเชื่อจากรัฐบาล 504 ราย วงเงิน 2.88 หมื่น เพื่อนำไปซ่อมแซมเครื่องจักร อาคาร ยานพาหนะที่ได้รับความเสียหาย
เอสเอ็มอีขอสินเชื่อจากรัฐบาล 504 ราย วงเงิน 2.88 หมื่น เพื่อนำไปซ่อมแซมเครื่องจักร อาคาร ยานพาหนะที่ได้รับความเสียหาย
น.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยถึงแนวทางการฟื้นฟู้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ประสบอุทกภัยปี 2554 ว่า ขณะนี้มีโรงงานเอสเอ็มอี 504 ราย ที่ได้ลงทะเบียนกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมแสดงความจำนงค์ที่จะขอสินเชื่อจากโครงการรัฐบาลวงเงินรวม 2.88 หมื่นล้านบาทแล้ว ส่วนใหญ่นำไปซ่อมแซมเครื่องจักร ยานพาหนะ อาคารที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงการนำไปเป็นทุนหมุนเวียน แบ่งเป็นภาคการผลิต 303 ราย ขอสินเชื่อ 2.75 หมื่นล้านบาท ภาคบริการ 45 ราย ขอสินเชื่อ 1,014.2 ล้านบาท ภาคการค้า 55 ราย สินเชื่อ 73.1 ล้านบาท และ ธุรกิจอื่นๆ 74 ราย สินเชื่อ 202.7 ล้านบาท
"ข้อมูลที่ผู้ประกอบการมาลงทะเบียนทั้งหมดอยู่ที่ 2,676 ราย แต่ไม่ได้ขอสินเชื่อทั้งหมด เพราะบางรายเสียหายไม่มาก แต่ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือเรื่องมาตรการภาษี และอื่นๆ ที่จะภาคธุรกิจอยู่รอด ซึ่งปัญหาเหล่านี้กระทรวงอุตสาหกรรมจะเร่งช่วยเหลือโรงงานอย่างเต็มที่"น.พ.วรรณรัตน์ กล่าว
ทั้งนี้ โครงการ “สินเชื่อเพื่อฟื้นฟูเอสเอ็มอีหลังภัยพิบัติ ปี 2544” กระทรวงอุตสาหกรรมได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) กับบรรษัทสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.) และธนาคารออมสินร่วมกับธนาคารพาณิชย์อีก 14 แห่ง จะเร่งหาวิธีช่วยเหลือผู้ประกอบการเพื่อฟื้นฟูกิจการโดยเร็ว โดยจะใช้ฐานข้อมูลผลสำรวจของกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อลดขั้นตอนตรวจสอบจากสถาบันการเงิน ซึ่งถือเป็นมาตรการล่าสุดที่เร่งดำเนินการในขณะนี้
นายอาทิตย์ วุฒิคะโร อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า สาเหตุที่โรงงานมาลงทะเบียนไม่มากเมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณโรงงานเอสเอ็มอีที่ได้รับความเสียหายหลายหมื่นแห่ง ส่วนหนึ่งมากจากบางโรงงานต้องการปกปิดข้อมูลของบริษัทเพราะเกรงว่าหากข้อมูลรั่วไหลอาจส่งผลกระทบต่อแผนธุรกิจได้
สำหรับมาตรการสินเชื่อจะมีอัตราดอกเบี้ย 3% ใน 3 ปีแรก หลังจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคารว่าจะคิดอัตราดอกเบี้ยอัตราใด โดยผู้ที่ขอสินเชื่อไปบูรณะซ่อมแซมโรงงานจะได้วงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อรายต่อธนาคาร หากต้องการมากกว่านั้นก็ต้องหาแหล่งเงินจากธนาคารอื่นเพิ่ม ส่วนการขอสินเชื่อในการเพิ่มสภาพคล่องได้ไม่เกินรายละ 5 ล้านบาทต่อธนาคาร







