posttoday
ศาลปค.ให้7โครงการมาบตาพุดเดินหน้าต่อ

ศาลปค.ให้7โครงการมาบตาพุดเดินหน้าต่อ

24 กุมภาพันธ์ 2553

ศาลปกครองให้7โครงการมาบตาพุดเดินหน้าก่อสร้างและทดลองเครื่องจักรตามคำขอ

ศาลปกครองให้7โครงการมาบตาพุดเดินหน้าก่อสร้างและทดลองเครื่องจักรตามคำขอ

ศาลปกครองกลางมีคำสั่งในวันนี้ให้เจ้าของโครงการหรือกิจกรรมเฉพาะ 7 รายดำเนินการได้ตามคำร้อง คือ ก่อสร้างโครงการส่วนที่เหลือต่อไปจนแล้วเสร็จติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ ทดลองระบบที่เกี่ยวข้อง และทดลองเดินเครื่องจักร โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบแต่ละโครงการให้เป็นไปตามรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้งหลักเกณฑ์ของกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด

สำหรับ 7 โครงการดังกล่าว ได้แก่ 1.โครงการขยายท่าเทียบเรือขนถ่ายสารปิโตรเคมี และคลังเก็บวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ของบริษัทมาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินอล จำกัด ,2.โครงการผลิตเมธิลเมตาคลีเลต โรงงานที่ 2 ของบริษัท ไทยเอ็มเอ็มเอ จำกัด , 3.โครงการขยายกำลังการผลิตโพลิเอททีลีน ของบริษัท สยามโพลิเอททีลีน จำกัด 4.โครงการผลิตโพลิเอททีลีน ของบริษัท สยามเลเทกซ์สังเคราะห์ จำกัด , 5 โครงการผลิตเม็ดพลาสติกโพลิเอททีลีน ของบริษัท ไทยโพลิเอททีลีน จำกัด , 6.โครงการบีสฟีนอลเอ ของบริษัท พีทีที ฟีนอล จำกัด  และ 7.โครงการผลิตเหล็กส่วนขยายของบริษัท บี อาร์ พี สตีล จำกัด

ทั้งนี้ คณะตุลาการศาลปกครองได้ลงพื้นที่ตรวจเผชิญสืบข้อเท็จจริงเมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปจากที่ศาลเคยมีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการเพื่อบรรเทาทุกข์เป็นการชั่วคราวก่อนการพิพากษาจึงมีเหตุผลเพียงพอที่ศาลจะรับคำร้องไว้พิจารณา โครงการหรือกิจกรรมดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการดำเนินการตามคำร้องที่กล่าวมาจะยังไม่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชุมชน ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชนในชุมชน ซึ่งศาลอาศัยเป็นหลักในการมีคำสั่งเกี่ยวกับการกำหนดมาตรการหรือวิธีการเพื่อบรรเทาทุกข์เป็นการชั่วคราวก่อนการพิพากษาในคดีนี้ และเมื่อคำนึงถึงความรับผิดชอบของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ และปัญหาอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นแก่การบริหารงานของรัฐ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหาย อันตราย และความไม่ปลอดภัยต่อผู้ร้อง บุคคลอื่น และต่อสาธารณะ
         
"เจ้าของโครงการหรือกิจกรรมได้ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งแปดอย่างเคร่งครัด แต่มีความจำเป็นอันไม่อาจก้าวล่วงได้จะต้องดำเนินการก่อสร้างอาคาร และติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ของโครงการหรือกิจกรรมต่อไป ซึ่งหากไม่ดำเนินการต่อไปให้แล้วเสร็จจะได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงและเสียหายเป็นอันมากและยากที่จะเยียวยาความเสียหายในภายหลัง เนื่องจากงานก่อสร้างที่ค้างอยู่" คำสั่งศาลปกครองกลาง ระบุ
         
คดีนี้ สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนและประชาชนชาวมาบตาพุดรวม 43 ราย ได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ, เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, รมว.อุตสาหกรรม, รมว.พลังงาน, รมว.คมนาคม, รมว.สาธารณสุข และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) ซึ่งต่อมาศาลปกครองกลางมีคำสั่งบรรเทาทุกข์ชั่วคราวให้สั่งระงับทั้ง 76 โครงการไว้เป็นการชั่วคราว และมีการอุทธรณ์คำสั่งเรื่อยมาซึ่งศาลปกครองกลางได้อนุญาตให้เจ้าของโครงการหรือกิจกรรมดำเนินการต่อไปก่อนหน้านี้ 12 โครงการ ทำให้เหลือโครงการที่ยังถูกสั่งชะลออยู่จำนวน 57 โครงการ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน