
‘ทิสโก้-กรุงศรี’เชียร์หุ้นจีน
ปี’55โดดเด่น-ราคายังถูก หุ้นไทยมีโอกาสสร้างกำไร
ปี’55โดดเด่น-ราคายังถูก หุ้นไทยมีโอกาสสร้างกำไร
“ทิสโก้-กรุงศรี” เชียร์ลงทุนหุ้นจีน ฟันธงปีหน้าขยับ หลังส่งสัญญาณลดเงินสำรองของแบงก์-เงินเฟ้อคลี่คลาย “หุ้นไทย” ยังมีโอกาสทำกำไรได้
นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุนธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ เปิดเผยว่า TISCO Wealth ซึ่งเป็นบริการที่ปรึกษาทางการเงินและการลงทุนครบวงจรของกลุ่มทิสโก้ มองการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงในปี 2555 คือ ตลาดหุ้น โดยเน้นที่หุ้นจีน (H-Share) เนื่องจากเศรษฐกิจขยายตัวแข็งแกร่ง รวมถึงการดำเนินนโยบายการเงินเริ่มผ่อนคลาย ปัญหาเงินเฟ้อได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ขณะที่สัดส่วนราคาต่อกำไร (พีอี) ปีหน้าอยู่ที่ประมาณ 8 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่น่าลงทุน
สำหรับตลาดหุ้นไทยในปีหน้าเป็นอีกตลาดที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม แม้ว่าในช่วงไตรมาสแรกของปี การขยายตัวทางเศรษฐกิจอาจได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมบ้าง แต่หลังจากนั้นเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะมีการขยายตัวแข็งแกร่งได้อีกครั้งจากการเร่งใช้จ่ายและการลงทุนเพื่อการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม โดยพีอีปีหน้าอยู่แค่ประมาณ 10 เท่า ทำให้การลงทุนในตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่ดีต่อเนื่อง
ปัจจุบัน บลจ.ทิสโก้ มีกองทุนที่ลงทุนในหุ้นจีนคือ กองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า H-Shares อิควิตี้ มีสภาพคล่องสูงสามารถซื้อขายได้ทุกวันทำการและมีนโยบายเน้นลงทุนในบริษัทชั้นนำของประเทศจีนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นฮ่องกง ซึ่งจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Lyxor ETF China Enterprise (HSCEI) (กองทุนหลัก) ซึ่งเป็นกองทุนรวมอีทีเอฟประเภทกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป มีวัตถุประสงค์สร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี Hang Seng China
นายสาห์รัช กล่าวว่า สำหรับปัญหาในยุโรปได้รับการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนทั่วโลกเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้น โดยล่าสุดธนาคารกลางหลักๆ 6 แห่งของโลก ตกลงร่วมมือกันในการลดดอกเบี้ยการทำดอลลาร์สวอปเพื่อลดต้นทุนการเงินของยุโรป ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีที่ประเทศหลักๆ ของโลกพร้อมใจกันแก้ปัญหาวิกฤตหนี้ในยุโรปครั้งนี้เพื่อไม่ให้ลุกลามไปทั่วโลก หลายๆ ประเทศได้หันกลับมาใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายโดยการลดดอกเบี้ยและอัดฉีดสภาพคล่อง แม้กระทั่งจีนเองก็เพิ่งจะประกาศปรับลดอัตราเงินสำรองสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ลง 0.5% เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี สำหรับประเทศไทยเพิ่งลดดอกเบี้ยลง 0.25% เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกองทุนเปิด ทิสโก้ ไทย อิควิตี้ ทริกเกอร์ 8% # 2 ซึ่งเป็นกองทาร์เก็ตฟันด์ที่ลงทุนหุ้นไทยสามารถสร้างผลตอบแทนได้ตามเป้า 8% ในเวลากว่า 2 เดือน นับจากเปิดขายครั้งแรกช่วงต้นเดือน ต.ค.และเข้าเป้าก่อนอายุโครงการที่กำหนดไว้ 1 ปี
“ตอนขายกองทุนเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับฐานลงมาค่อนข้างแรง เพราะกังวลวิกฤตหนี้ยุโรป จนหุ้นไทยปรับตัวลงมาอยู่ในระดับที่น่าลงทุน แต่เราเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยมีพื้นฐานแข็งแกร่งและได้รับผลกระทบจากวิกฤตหนี้ยุโรปไม่มาก ทำให้กองทุนเข้าเป้าเร็ว นับเป็นของขวัญส่งท้ายปีให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน” นายสาห์รัช กล่าว
นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการลงทุน บลจ.กรุงศรี กล่าวว่า จีนได้ส่งสัญญาณแก่ตลาดอย่างเป็นรูปธรรมในครั้งแรก หลังจากปรับลดการสำรองของธนาคารพาณิชย์ลง จึงมีความเป็นไปได้ที่ตลาดหุ้นจีนมีแนวโน้มเป็นขาขึ้น แต่ต้องมีมาตรการอื่นๆ ออกมาเพิ่ม โดยติดตามมุมมองของทางการและตัวเลขเศรษฐกิจในช่วง 2-3 เดือนนี้ เนื่องจากนักลงทุนยังห่วงตัวเลขเงินเฟ้อและฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์อยู่
“ในแง่ของตลาดหุ้นจีน มองว่ามีแนวโน้มเป็นขาขึ้นและจังหวะที่เข้าลงทุนได้ ปัจจุบันราคาใกล้เคียงกับตลาดหุ้นไทย แต่ในแง่ของการเติบโตทางเศรษฐกิจจีนจะสูงกว่าจึงน่าสนใจ” นายประภาส กล่าว
สำหรับมาตรการของธนาคารกลาง 6 แห่งที่ออกมา ส่งผลดีต่อตลาดเงิน ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและน่าจะทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกรับข่าวในระยะสั้น วิกฤตหนี้ยุโรปยังไม่ได้รับการแก้ไข สิ่งที่ทำเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ







