
‘KKC’คุมต้นทุนวัตถุดิบกันเหล็กสวิง
กุลธรเคอร์บี้ เหนื่อยราคาเหล็กทองแดงสวิง ฉุดไตรมาส 3 ขาดทุน ผู้บริหารคุมต้นทุนซื้อแพงขายแพง ปิดความเสี่ยง
กุลธรเคอร์บี้ เหนื่อยราคาเหล็กทองแดงสวิง ฉุดไตรมาส 3 ขาดทุน ผู้บริหารคุมต้นทุนซื้อแพงขายแพง ปิดความเสี่ยง
นายสุเมธ สิมะกุลธร ประธานกรรมการ บริษัท กุลธรเคอร์บี้ (KKC) เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 3 ปีนี้ ขาดทุน 86.51 ล้านบาท หรือลดลง 389 ล้านบาท หรือ 128% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน กำไรสุทธิ 32 ล้านบาท
บริษัทชี้แจงว่า ไตรมาส 3 นี้ กำไร (ขาดทุน) ขั้นต้นเป็นผลขาดทุน 24.57 ล้านบาท ลดลง 31.68 ล้านบาท หรือ 10.5% ผลกระทบราคาเหล็กและทองแดงในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น
นอกจากนี้ ปริมาณการขายที่ลดลงมากจากลูกค้ารายเดิม โดยมีรายได้การขายและบริหารรวม 2,486.14 ล้านบาท ลดลง 421 ล้านบาท หรือลดลง 14.49% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ปี 2554 พบว่าผลประกอบการลดลงต่อเนื่อง จากไตรมาสแรก กำไรสุทธิ 189 ล้านบาท ไตรมาส 2 ลดลงเหลือ 45 ล้านบาท และไตรมาส 3 ขาดทุน 86 ล้านบาท เมื่อรวม 9 เดือนแล้วพบว่ายังมีกำไรสุทธิ 148 ล้านบาท
ประธานกรรมการ KKC กล่าวว่า บริษัทได้พยายามปิดความเสี่ยงจากราคาเหล็กและทองแดงให้มากที่สุด โดยใช้วิธีซื้อแพง ขายแพง ให้มี ความเสี่ยงน้อยที่สุด มีผู้เชี่ยวชาญเฝ้าดูสถานการณ์ราคาในตลาดโลกวันต่อวัน แม้ว่า KKC จะเป็นผู้ผลิตมอเตอร์คอมเพรสเซอร์สำหรับตู้เย็นและเครื่องปรับอากาศรายใหญ่เพื่อผลิตและจำหน่ายแบบครบวงจร แต่บริษัทจะไม่เข้าไปเก็งกำไรหรือสต๊อกเหล็กและทองแดง เนื่องจากราคาในตลาดโลกมีความผันผวนสูงในแต่ละวัน
“ผลกระทบโดยรวมทั้งอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น ราคาเหล็ก ทองแดง แพงขึ้น และตลาดส่งออกหลักในตะวันออกกลางได้ผลกระทบจากสงครามกลางเมือง ส่งผลต่อกำไร ซึ่งเราคุมได้บางส่วนคือต้นทุนการผลิตที่นำเศษเหล็กมาหลอมขึ้นรูป ควบคุมการบริหารจัดการ แต่ราคาเหล็ก ทองแดง คุมไม่ได้ และพยายามจ่ายปันผลให้มาก” ประธานกรรมการ KKC กล่าว







