
พ.ย.ทุนนอกมาไทย17ราย
บอร์ดต่างชาติไฟเขียวต่างชาติลงทุนไทย พ.ย. เพิ่มอีก 17 ราย มูลค่า 1,807 ล้านบาท ญี่ปุ่นหอบเม็ดเงินลงทุนมากสุด
บอร์ดต่างชาติไฟเขียวต่างชาติลงทุนไทย พ.ย. เพิ่มอีก 17 ราย มูลค่า 1,807 ล้านบาท ญี่ปุ่นหอบเม็ดเงินลงทุนมากสุด
นายอิทธิพล ช้างหลำ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจในไทยเดือน พ.ย.นี้ จำนวน 17 ราย ใช้เงินทุนประกอบธุรกิจ 1,807 ล้านบาท และมีการจ้างงานคนไทย 372 คน
ทั้งนี้ ประเทศที่เข้ามาลงทุนส่วนใหญ่ คือ ประเทศญี่ปุ่น สัดส่วน 47% รองลงมาคือ สิงคโปร์ 12% และธุรกิจที่อนุญาตเป็นธุรกิจที่ต้องใช้ความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน ซึ่งจะเป็นผลดีในการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่คนไทย และเป็นประโยชน์ต่อระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่มีส่วนช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ ก่อสร้าง และอุตสาหกรรมขุดเจาะน้ำมัน เป็นต้น
ด้านธุรกิจที่ได้รับอนุญาต ได้แก่ ธุรกิจบริการ 6 ราย สัดส่วน 35% ของธุรกิจที่ได้รับอนุญาต มีเงินลงทุน 1,137 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นบริการทางการเงิน ประเทศที่เข้ามาลงทุน ได้แก่ ญี่ปุ่น สเปน และมาเลเซีย
ธุรกิจสำนักงานผู้แทน 5 ราย สัดส่วน 29% เงินลงทุน 15 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการรายงานความเคลื่อนไหวทางธุรกิจเกี่ยวกับสภาวะเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การตลาด ตลอดจนความต้องการใช้สินค้าและบริการต่างๆ ในประเทศไทยให้สำนักงานใหญ่ทราบ ประเทศที่เข้ามาลงทุน ได้แก่ เวียดนาม สิงคโปร์ จีน เยอรมนี และอินเดีย
โดยมีบริษัทที่สนใจเข้ามาหาแหล่งจัดซื้อสินค้าในไทย คือ ซีดเวิร์ค อินเดีย ไพรเวท ลิมิเต็ด จากอินเดีย ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจบริการเป็นสำนักงานผู้แทนเพื่อหาแหล่งจัดซื้อเมล็ดพันธุ์พืชในไทยให้สำนักงานใหญ่และบริษัทในเครือ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมการส่งออกสินค้าไทย และมีผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง 4 ราย สัดส่วน 24% มีเงินลงทุน 59 ล้านบาท ได้แก่ การค้าปลีกแม่พิมพ์ที่ใช้ในการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ เครื่องประกอบชิ้นส่วนรถยนต์ป้อนอุตสาหกรรมรถยนต์ และการค้าปลีกรถเครนให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมก่อสร้างและบริษัทขุดเจาะน้ำมัน ประเทศที่เข้ามาลงทุนคือ ญี่ปุ่นและสิงคโปร์ การค้าส่งส่วนผสมและส่วนประกอบของอาหารและเครื่องดื่ม เป็นต้น ประเทศที่ลงทุน คือ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และสหราชอาณาจักรที่ผลิตโดยบริษัทในเครือให้แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม และการค้าส่งชิ้นส่วนโลหะปั๊มขึ้นรูปให้แก่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ประเทศที่เข้ามาลงทุนคือ สหราชอาณาจักรและญี่ปุ่น
ที่เหลือเป็นธุรกิจคู่สัญญากับภาครัฐ/รัฐวิสาหกิจ 2 ราย สัดส่วน 12% ของธุรกิจที่ได้รับอนุญาต มีเงินลงทุน 596 ล้านบาท ได้แก่ บริการออกแบบ จัดหาวัสดุอุปกรณ์ ติดตั้งและทดสอบอุปกรณ์สำหรับโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมวังน้อย และโรงไฟฟ้าพลังความร้อนโรจนะ ให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ประเทศที่เข้ามาลงทุน คือ ญี่ปุ่น







