
ไฟ3เดือนท้ายลบ5%
เหตุ7นิคมฯจมน้ำวูบ3พันเมกฯเชื่อทั้งปีลบ1%จากเดิมเพิ่ม4%
เหตุ7นิคมฯจมน้ำวูบ3พันเมกฯเชื่อทั้งปีลบ1%จากเดิมเพิ่ม4%
กฟผ. คาดยอดใช้ไฟฟ้าไตรมาส 4 อาจติดลบ 5% จากน้ำท่วม ขณะทั้งปีลบ 0.5-1%
นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า จากน้ำท่วมใหญ่ส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าในไตรมาส 4 อาจติดลบ 5% เพราะโรงงานอุตสาหกรรมถือเป็นผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่สัดส่วนราว 50% โดยตั้งแต่น้ำท่วมทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าหายไปประมาณ 2,000-3,000 เมกะวัตต์ เหลืออยู่ระดับ 1.9 หมื่นเมกะวัตต์ แต่ขณะนี้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเริ่มฟื้นตัวกลับมาแตะระดับ 2.08 หมื่นเมกะวัตต์แล้ว
สำหรับทั้งปี คาดความต้องการใช้ไฟฟ้าปี 2554 จะติดลบ 0.5-1% ต่ำกว่าที่คาดการณ์ ทั้งปีนี้จะโต 4% แต่หากภาคอุตสาหกรรมสามารถฟื้นตัวกลับมาผลิตได้เหมือนเดิม คาดว่าในไตรมาสแรก ปี 2555 ความต้องการใช้ไฟฟ้าอาจกลับมาขยายตัวได้ 5-6%
ด้านการนำเครื่องสูบน้ำเข้าไปช่วยกู้นิคมอุตสาหกรรม กฟผ.เตรียมย้ายเครื่องสูบน้ำ 146 เครื่อง จากเขตประกอบการสวนอุตสาหกรรมโรจนะ ไปให้กับสวนอุตสาหกรรมนวนคร เพื่อสูบน้ำออกจากพื้นที่ให้กลับมาฟื้นฟูได้โดยเร็วและกระตุ้นเศรษฐกิจ คาดนวนครจะใช้เวลาสูบ 7-10 วันถึงแห้งและเข้าไปทำความสะอาดโรงงานได้
กรณีที่โรงไฟฟ้าโรจนะพาวเวอร์ขนาด 180 เมกะวัตต์ ซึ่งผลิตไฟฟ้าป้อนให้กับโรงงานภายในเขตประกอบการและถูกน้ำท่วมเสียหาย กฟผ.จะสับกระแสไฟฟ้าจากพื้นที่อื่นไปป้อนให้โรงงานราว 150 เมกะวัตต์ จนถึงเดือน เม.ย. ซึ่งเป็นการช่วยเหลือเพิ่มเติมจากที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จะมีการจ่ายไฟให้แก่โรงงานต่างๆ 50 เมกะวัตต์
“เดิมจะย้ายเครื่องสูบน้ำจากโรจนะ ไปช่วยสูบนิคมฯ สหรัตนนคร แต่ตอนนี้ไม่ต้องแล้ว จึงนำไปให้นวนครแทน ซึ่งหากเร่งสูบน้ำจากนิคมฯ และจ่ายไฟฟ้าให้โรงงานกลับมาผลิตได้เร็ว เศรษฐกิจจะฟื้นและช่วยเหลือแรงงานให้กลับมามีรายได้ โดยทั้ง 7 นิคมฯ มีแรงงานกว่า 1 ล้านคน” นายสุทัศน์ กล่าว
นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานจะช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมโดยตรึงค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) 1 งวด (เดือน ม.ค.-เม.ย. 2555) โดย กฟผ.เป็นผู้รับภาระประมาณ 7,000 ล้านบาทขณะที่ต้นทุนการผลิตไฟฟ้ามีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น 10 สตางค์ต่อหน่วย







