
ค่ายรถหวังไตรมาส2ปกติ กำลังซื้อดีดกลับดันปีหน้า9.5แสนคัน
เป็นที่ยอมรับกันในวงกว้างว่า ผลกระทบจากมหาอุทกภัยในรอบ 50 ปี ครั้งนี้ซัดเข้ากระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์
เป็นที่ยอมรับกันในวงกว้างว่า ผลกระทบจากมหาอุทกภัยในรอบ 50 ปี ครั้งนี้ซัดเข้ากระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์
ในประเทศไทยอย่างรุนแรง และทำท่าว่าจะยืดเยื้อยาวนานกว่าที่คิด โดยเฉพาะในส่วนของโรงงานผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์หลายแห่ง
การที่น้ำไหลเข้าท่วมโรงงานของฮอนด้าในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ และไหลเข้าในพื้นที่ของนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่ง ซึ่งเป็นที่ตั้งของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์มากมาย ทำให้มาถึงทุกวันนี้ โรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศไทยถือว่าอยู่ในภาวะป่วยหนัก ซึ่งต้องใช้เวลาฟื้นไข้ที่แตกต่างกันไป
การกลับมาผลิตรถยนต์กันได้อีกครั้งในช่วงตั้งแต่วันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา ของโรงงานบางแห่ง และการเริ่มทยอยเปิดไลน์ผลิตอย่างต่อเนื่องนั้น หากมองโลกในแง่ดี ก็ต้องถือว่าเป็นการกลับมาที่รวดเร็วกว่าที่มีการคาดการณ์ อย่างไรก็ตามคำถามคือ เมื่อไรกันแน่ที่อุตสาหกรรมยานยนต์จะกลับสู่ภาวะปกติที่แท้จริง
ไฮไลต์ของคำถามนี้อยู่ที่การฟื้นตัวของโรงงานผลิตรถยนต์ของฮอนด้า ซึ่งมีการประเมินกันอย่างมากว่า น่าจะใช้เวลาอีกไม่น้อยกว่า 6 เดือน การผลิตของฮอนด้าที่โรงงานโรจนะจึงจะกลับมาเดินสายการผลิตได้อีกครั้ง ขณะที่ พิทักษ์ พฤทธิสาริกร ผู้บริหารใหญ่ชาวไทยของฮอนด้า กล่าวว่า ยังไม่สามารถให้คำมั่นสัญญาได้
ทั้งนี้ ฮอนด้าได้ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าทำการประเมินสถานการณ์มาตั้งแต่ช่วงที่เกิดปัญหา และเรื่อยมาจนถึงหลังจากที่สามารถทำการกู้นิคมฯ โรจนะมาได้บางส่วน แต่ก็ยังต้องใช้เวลาในการตรวจเช็กสถานการณ์ทั้งหมดอีกครั้งว่าจะกลับมาเดินสายการผลิตได้เมื่อไร โดยได้เตรียมความพร้อมแล้วทั้งเทคโนโลยี ชิ้นส่วนและกำลังคน
สุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดีผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า จากการประเมินสถานการณ์การผลิตรถยนต์ในประเทศไทย น่าจะกลับสู่ภาวะปกติอีกครั้งในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. 2555 ซึ่งคาดว่าโรงงานที่ถูกน้ำท่วมจะใช้เวลาในการพลิกฟื้น 5-6 เดือน
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการกลับมาของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปี 2555 ข้างหน้านี้ จะถือเป็นปีที่ร้อนแรงของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอีกครั้ง หลังจากที่ปีนี้มีปัญหาเรื่องการส่งมอบ ทำให้ตลาดน่าจะปิดที่ระดับ 8 แสนคันเท่านั้น แต่ในปีหน้าอาจจะเติบโตได้ถึง 9.5 แสน–1 ล้านคัน
ขณะที่ สาโรช เกียรติเฟื่องฟู รองประธาน การตลาด การขาย และการบริการ ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดเผยว่า ยังมีปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ในปีหน้า ทำให้คาดการณ์ตลาดค่อนข้างยาก เช่น ผลกระทบจากน้ำท่วมและค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบ้านเรือน ทำให้ประชาชนเป็นเจ้าของรถได้ลำบากขึ้น
“ผมว่าปีหน้าจะเป็นปีที่เราคาดการณ์ลำบากมาก เพราะแม้จะมีเรื่องรถคันแรกของรัฐบาลอยู่ ซึ่งเป็นนโยบายที่ผลักดัน แต่ผลกระทบจากน้ำท่วมหรือแม้แต่เรื่องราคาน้ำมันและอัตราดอกเบี้ยที่น่าจะปรับสูงขึ้น อาจจะมีผลต่อตลาดได้ แม้ภาพรวมของการผลิตน่าจะกลับมาได้ในไตรมาส 2 ก็ตาม” สาโรช กล่าว
ด้าน วิกรานต์ อมาตยกุล ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักการตลาด บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ตลาดรถยนต์ไทยจะเริ่มกลับเข้าที่อีกรอบในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. เป็นต้นไป แต่สำหรับบริษัทแล้ว คาดว่าไตรมาสแรกของปีหน้า จะเริ่มกลับมาเดินสายการผลิตได้ตามปกติได้อีกครั้ง
“แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกว่าก็คือ เรื่องของการจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์ในอนาคต ที่จะยากลำบากมากขึ้น จากการที่ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจะฟื้นตัวลำบาก และบางรายก็อาจจะตัดสินใจเลิกทำการผลิตไปเลย ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการต้องจัดหาชิ้นส่วนลำบากขึ้น” วิกรานต์ กล่าว
เชื่อได้ว่าบรรดาผู้บริโภคทั้งหลายที่จ่ายเงินจองเตรียมซื้อรถใหม่กันแล้วคงเบาใจได้มากขึ้น ว่าไม่ต้องรอนานเกินไป ขอเพียงดีเดย์กลับมาเปิดโรงงานได้ใหม่ ไตรมาส 2 ปีหน้าเป็นต้นไป ก็น่าจะเริ่มส่งมอบรถกันอย่างจริงจังได้!!!







