
กลต.คุมขายตั๋วเงิน
แก้เกณฑ์เอื้อออกหุ้นกู้ระยะสั้นตปท.ซื้อหุ้นขยับใกล้1,000จุด
แก้เกณฑ์เอื้อออกหุ้นกู้ระยะสั้นตปท.ซื้อหุ้นขยับใกล้1,000จุด
ก.ล.ต.เตรียมปรับปรุงหลักเกณฑ์สนับสนุนออกหุ้นกู้ระยะสั้น คุมขายตั๋วเงินไม่ถึงมือรายย่อย
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีนโยบายที่จะส่งเสริมให้ภาคธุรกิจระดมทุนในรูปของการออกหุ้นกู้ระยะสั้นมากขึ้นแทนการออกตั๋วเงิน จึงต้องปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้การออกหุ้นกู้มีความสะดวกคล่องตัวมากยิ่งขึ้นและป้องกันไม่ให้ตั๋วเงินกระจายไปสู่ผู้ลงทุนรายย่อยในวงกว้าง โดยจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องจนถึงวันที่ 9 ธ.ค. 2554
ปัจจุบันหุ้นกู้ระยะสั้นออกง่าย มีต้นทุนต่ำ สามารถออกต่อเนื่องให้ตรงตามวัตถุประสงค์ในการใช้เงินของภาคธุรกิจได้โดยไม่มีความเสี่ยงด้านกฎหมายในหลายด้านเหมือนตั๋วเงิน ซึ่งผู้สลักหลังตั๋วเงินอาจถูกไล่เบี้ยโดยผู้ซื้อในทอดต่อไป และตั๋วเงินที่มีอนุพันธ์แฝงยังมีความเสี่ยงมากขึ้น นอกจากนี้ในกรณีที่เป็นตั๋วเงินที่ออกโดยสถาบันการเงินผู้ลงทุนอาจเข้าใจผิดว่าตั๋วเงินจะได้รับความคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝากได้
ในอนาคตตั๋วเงินทุกประเภทที่ออกเพื่อระดมทุนจากประชาชนทั่วไป เป็นหลักทรัพย์และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. (ยกเว้นตั๋วเงินบางประเภท เช่น เพื่อชำระหนี้การค้า) จะต้องมีลักษณะ ดังนี้ 1.มีมูลค่าหน้าตั๋วขั้นต่ำ 10 ล้านบาท 2.มีเงื่อนไขห้ามเปลี่ยนมือ 3.ไม่มีอนุพันธ์แฝง และ 4.มีคำเตือนหน้าตั๋วและเอกสารประกอบการขายตั๋วเงินว่าไม่ได้รับการคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก
ส่วนหุ้นกู้ระยะสั้น ทาง ก.ล.ต.อนุญาตให้ผู้ออกสามารถจัดทำแบบแสดงรายการข้อมูล (แบบไฟลิง) โดยอ้างอิงแบบที่ได้ยื่นกับ ก.ล.ต. และเปิดเผยต่อสาธารณชนไว้แล้วไม่เกิน 1 ปี พร้อมลดระยะเวลาการมีผลใช้บังคับไฟลิงเหลือ 5 วันทำการ และลดลงเหลือ 1 วัน หากผู้ออกเป็นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ซึ่งออกตราสารที่ไม่ซับซ้อนหรือมีลักษณะเหมือนกับที่เคยออกไปก่อนหน้า
นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน บริษัท ปตท. (PTT) เปิดเผยว่า กรณีดอกเบี้ยนโยบายลดลง 0.25% เหลือ 3.25% จะไม่มีผลต่อภาระหนี้ของ ปตท.ที่มีอัตราดอกเบี้ยใกล้ 5% และอายุหนี้เฉลี่ย 7 ปี เพราะการออกขายหุ้นกู้ล็อตใหม่ในต้นปีหน้า บริษัทจะไม่กดอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากผู้ซื้อคือผู้ถือหุ้นกู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในปัจจุบัน
บริษัทเลื่อนแผนขายหุ้นกู้จำนวน 2 หมื่นล้านบาท จากปลายปีนี้ไปเป็นต้นปี 2555 โดยจะเปิดจองซื้อในช่วงวันที่ 12-20 ม.ค. แบ่งเป็น 2 รุ่น คือ อายุ 5 ปี และอายุ 7 ปี
ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นสวนทางตลาดเอเชีย โดยดัชนีปิดที่ 995.33 จุด บวก 7.27 จุด มูลค่าการซื้อขายหนาตาขึ้น 23,364 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติซื้อต่อเนื่อง 785 ล้านบาท ส่งสัญญาณบวกและมีโอกาสขึ้นทดสอบ 1,000 จุด
แต่รวมทั้งเดือน พ.ย. ต่างชาติมียอดขายสุทธิ 12,584 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ 12,761 ล้านบาท







