
พิษน้ำทำประกันเพิ่มทุน
ผลกระทบจ่ายสินไหมมหาศาลฉุดฐานะเงินกองทุนทรุดฮวบ
ผลกระทบจ่ายสินไหมมหาศาลฉุดฐานะเงินกองทุนทรุดฮวบ
จับตาผู้ถือหุ้นไทยมีสิทธิสูญพันธุ์หลังประกันภัยเรียงหน้าเพิ่มทุนรับสินไหมน้ำท่วม
นายสุรชัย ศิริวัลลภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ เปิดเผยว่า การจ่ายค่าสินไหมน้ำท่วมจะกระทบบริษัทไทยในส่วนของการรับประกันภัยไว้เอง (Retention) แม้จะเป็นเพียงส่วนน้อย แต่จะฉุดส่วนของเงินกองทุนลดลงไม่เป็นไปตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จำเป็นต้องเติมทุนใหม่เข้ามา
สำหรับกรณีบริษัทร่วมทุน เป็นไปได้ว่าผู้ถือหุ้นไทยอาจจะตัดสินใจไม่ใส่เงินเพิ่มทุนใหม่เข้ามา ซึ่งจะทำให้สัดส่วนการถือหุ้นลดลง แม้ว่ากฎหมายจะระบุไว้ว่าให้ต่างชาติถือหุ้นโดยตรงได้ไม่เกิน 25% ในปัจจุบัน แต่ถ้าจำเป็นผู้ถือหุ้นไทยไม่มีเงินเพิ่มทุน เพื่อความมั่นคงของบริษัทจะมีการผ่อนผันให้ผู้ถือหุ้นต่างชาติเข้ามาถือหุ้นส่วนใหญ่ได้ แล้วค่อยลดสัดส่วนลงในภายหลัง
“ส่วนบริษัทไทยขนาดเล็ก ไม่ค่อยมีการรับประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สินที่คุ้มครองน้ำท่วม จะได้รับผลกระทบในส่วนของประกันภัยรถยนต์ประเภทหนึ่ง หากเงินทุนไม่เพียงพอก็ต้องเพิ่มทุนเช่นเดียวกัน” นายสุรชัย กล่าว
แหล่งข่าวจากบริษัทประกันภัย กล่าวว่า เบี้ยประกันภัยรับรวม 1.2 แสนล้านบาท ความเสียหายจากน้ำท่วมครั้งนี้ที่คาดว่ามีประกันภัยเข้าไปคุ้มครองประมาณ 2 แสนล้านบาท จากความเสียหายทั้งหมดประมาณ 6 แสนล้านบาท เป็นส่วนที่รับความเสี่ยงไว้เองประมาณ 5% หรือ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งคิดเป็นทุนประกันถึง 10 ล้านล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีส่วนที่บริษัทประกันภัยรับประกันภัยต่อจากบริษัทอื่นๆ ภายในประเทศอีก โดย 8 เดือนแรกของปีนี้มีการรับประกันภัยต่อระหว่างกันภายในประเทศเป็นเบี้ย 4,458 ล้านบาท และรับประกันภัยต่อจากต่างประเทศเข้ามา 249 ล้านบาท ที่ต้องให้ความคุ้มครองเป็นวงเงินเป็นล้านล้านบาท
ทั้งนี้ ส่วนที่รับไว้เอง และ ส่วนที่รับประกันภัยต่อจากกันเองในประเทศ ที่จะกระทบกับเงินกองทุน แม้เงินกองทุนทั้งระบบจะมี 6.8 หมื่นล้านบาท แต่เป็นส่วนของบริษัทขนาดใหญ่ 10 บริษัทแรกถึง 70%
“หากค่าใช้จ่ายมากกว่าเงินกองทุนที่มี จะทำให้เงินกองทุนขาด ซึ่งจะผิดกฎเกณฑ์ของ คปภ. จะต้องเพิ่มทุน หากไม่มีเงินเพิ่มทุน ทาง คปภ.จะต้องสั่งให้หยุดธุรกรรมการรับประกันภัย” แหล่งข่าวเปิดเผย







