
กสทฯจี้ทรูเร่งแกสัญญา3จีเอชเอสพีเอ
กสทฯ เร่งถกทรู แก้สัญญา 3 จีเอชเอสพีเอ หลังกสทช.ขีดเส้นให้ส่งพิจารณา 9 ธ.ค.นี้
กสทฯเร่งถกทรู แก้สัญญา 3 จีเอชเอสพีเอ หลังกสทช.ขีดเส้นให้ส่งพิจารณา 9 ธ.ค.นี้
นายวิโรจน์ โตเจริญวาณิช รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม เปิดเผยว่า คณะกรรมการ หรือ บอร์ด ได้มอบหมายให้ฝ่ายบริหารไปเจรจากับกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่ เรื่องการแก้สัญญาการให้บริการ 3 จีเอชเอสพีเอ ประเด็นสัดส่วนสิทธิ์การใช้โครงข่ายจากให้น้อยกว่า 80%
การแก้สัญญาดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ให้ปรับแก้สิทธิ์การใช้โครงข่ายดังกล่าว เพราะเห็นว่าสัดส่วน 80% นั้นสูงเกินไป หรือเท่ากับเป็นการครอบงำ โดยไม่เปิดให้รายอื่นๆ เข้ามาใช้สิทธิ์ในส่วนนี้ได้
ทั้งนี้ กสทฯ ได้ขอยืดเวลาการแก้ไขสัญญาฉบับนี้จากเดิมที่ กสทช.กำหนดส่งกลางเดือน พ.ย. เป็นวันที่ 9 ธ.ค.นี้ เพราะยังไม่เข้าใจในประเด็นที่ กสทช.ต้องการให้แก้ไข และขณะนี้ทางทรูได้แจ้งว่า ต้องการหารือกับ กสทช.ให้เรียบร้อยก่อน แล้วจึงมาเจรจากับ กสทฯ อีกครั้ง
ก่อนหน้านี้ นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหารทรู ยืนยันว่า พร้อมเข้าพบ กสทช0.เพื่อชี้แจงให้เกิดความชัดเจน ว่าสัญญาการให้บริการ 3 จีของทรูภายใต้แบรนด์ทรูมูฟเอช ไม่ขัดต่อมาตรา 46 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 หรือพ.ร.บ.กสทช. เพราะกสทฯ ไม่ได้โอนคลื่นให้ทรู แต่เป็นการดำเนินการในลักษณะการเช่าใช้ช่วงความถี่หรือ รีเซลเลอร์
นายวิโรจน์ กล่าวว่า บอร์ดยังได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อเจรจากับ ทีโอที ถึงการใช้โครงข่ายร่วมกันตามนโยบายของ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที เนื่องจากขณะนี้ กสทฯ มีโครงการไฟเบอร์ทูเดอะเอกซ์ ส่วนทีโอทีมีโครงการเอ็นจีเอ็น ซึ่งสามารถนำมารวมกันเพื่อกระจายการใช้งานให้ทั่วถึงมากขึ้น โดยเฉพาะบริการไวไฟฟรีที่ไอซีทีต้องการให้เกิดภายในสิ้นปีนี้
ขณะที่ความคืบหน้าในการซื้อ-ขายคืนเครื่อง และอุปกรณ์โทรคมนาคมหลังหมดสัญญาสัมปทาน กสทฯ มี 3 แนวทางคือการดำเนินการเองทั้งหมด การดำเนินกิจการในลักษณะให้เช่า และการขาย ขณะนี้มีแนวโน้มสูงที่จะขาย เนื่องจากหากดำเนินการเองจะทำให้มีต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ ทรูได้ยื่นขอซื้อในราคา 1.2 หมื่นล้านบาท และบอร์ดชุดที่แล้วมีมติอนุมัติให้ กสทฯ ขายในราคาไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท
“รมว.ไอซีทีได้ให้บอร์ดกสทฯ ไปจัดทำรายละเอียดเพิ่มเติมว่า เหตุใดกสทฯ จึงจำเป็นต้องขายคืนสินทรัพย์ดังกล่าวให้ทรู และหากเก็บไว้เองจะทำประโยชน์ หรือหารายได้ในอนาคตได้หรือไม่ ซึ่งให้บอร์ดเร่งดำเนินการและส่งแผนกลับมาภายในสัปดาห์หน้า แล้วจึงเข้าสู่บอร์ดอีกครั้งในวันที่ 14 ธ.ค.” นายวิโรจน์กล่าว







