
เมธา จันทร์แจ่มจรัส คีย์แมนรุกต่างประเทศของ PS
...เจียรนัย อุตะมะ
“
เมธา จันทร์แจ่มจรัส” กรรมการรองกรรมการผู้จัดการ สายงานการลงทุนต่างประเทศของบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท (PS) นับเป็นคีย์แมนในการบุกต่างประเทศของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ยอดขายสูงสุดของไทยตอนนี้ นี่ยังไม่นับรวมโครงการคอนโด เลต ที่เขาดูแล และงานด้านฝ่ายบุคคล สื่อสารองค์กร และไอที ที่มีพนักงานภายใต้สังกัดรวมกว่า 300 คน จาก PS ทั้งบริษัทกว่า 2,000 คนปีนี้เป็นต้นไปจนถึงปี 2560 PS ตั้งเป้าเป็นบริษัทที่มียอดขายสูงสุด 1 ใน 10 ของเอเชีย หลังจากสิ้นปีที่ผ่านมากลายเป็นบริษัทยอดขายสูงสุดในไทยเร็วกว่ากำหนด 1 ปี
“
เมธา” เข้ามาร่วมงานกับ PS เมื่อเดือน พ.ค. 2552 ที่ผ่านมา ช่วงที่ PS เริ่มมีแนวคิดจะบุกต่างประเทศ“
ช่วงที่ผมเข้ามา PS กำลังทำแผนที่การเติบโตในต่างประเทศ ว่าจะมีทิศทางและกลยุทธ์อย่างไร”ภารกิจหลักของ
“เมธา” คือ การพัฒนาโครงการในต่างประเทศที่ PS กำหนดเรียบร้อยแล้วว่าในปีนี้จะบุกอินเดียใน 3 เมือง คือ บังกาลอร์ มุมไบ และเจนไน เวียดนาม และมัลดีฟส์ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์
“เมธา” จัดว่าเป็นมือดีคนหนึ่งของวงการ เพราะก่อนหน้าที่จะย้ายมาที่นี่เขาเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือของบริษัท แสนสิริ (SIRI) ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์สำหรับผู้ที่มีรายได้ระดับบนกลางมาก่อนเรียกได้ว่าอยู่ในเครือแสนสิริมาอย่างยาวนานถึง 78 ปีเลยทีเดียว ตั้งแต่เป็นผู้อำนวยการฝ่ายการเงินองค์กรและนักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัท แสนสิริ จนบุกเบิกพลัส พร็อพเพอร์ตี้ จนกระทั่งปี 2552 มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายให้พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เหลือธุรกิจเพียงการให้บริการ เป็นโบรกเกอร์ บริหารโครงการ ทำให้ความท้าทายในการทำงานลดลง
“
เมธา” จึงออกมาหางานที่ท้าทายกว่า ในจังหวะที่ PS ต้องการคนที่จะเป็นคีย์แมนในการรุกต่างประเทศเขามีคุณสมบัตินี้อย่างครบถ้วน ด้วยความเป็นนักอสังหาริมทรัพย์ที่เชี่ยวกรำกับเครือแสนสิริ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของเมืองไทย และเคยอยู่องค์กรระดับสากลอย่างสำนักงานวิเทศธนกิจ ธนาคารฟอร์ทิส มาก่อน
ปี 25402545 เมธาเคยเป็นผู้จัดการอาวุโส หัวหน้าฝ่ายลูกค้ารายใหญ่ ของสำนักงานวิเทศธนกิจดังกล่าว จนกระทั่งสำนักงานแห่งนี้ถอนตัวออกจากเมืองไทยเพราะไม่ได้ถูกยกระดับเป็นธนาคาร เขาจึงออกมาอยู่ในเครือแสนสิริ
“
เมธา” จบปริญญาตรีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นไปเป็นพนักงานขายที่บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ก่อนที่จะบินไปเรียนจนจบปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาวิทยาลัยอินเดียนา สหรัฐอเมริกา“
ผมคิดว่าเรียนอะไรคนเราก็มีความเป็นพนักงานขายในตัว อย่างผมจบบัญชีถ้าไปทำงานแบงก์ก็ขายโปรดักต์ทางการเงิน เพียงแต่เปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่ขายเป็นปูนเท่านั้น”เมื่อจบกลับมาเข้าไปทำงานที่บริษัท ทริสเรทติ้ง ยุคบุกเบิกที่มี
“วุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัฒน์” เป็นกรรมการผู้จัดการ“
ตอนนั้นช่วงก่อตั้ง ยังเป็นทีมเล็กๆ ค่อยๆ โต ผมเป็นนักวิเคราะห์ดูกลุ่มสถาบันการเงิน อยู่ได้ 3 ปีออกไปทำบริษัทลีสซิงของเพื่อนชื่อ ธนสิน ลิสซิ่ง”ต่อมาลีสซิงปิดกิจการในช่วงวิกฤตสถาบันการเงินจึงได้งานใหม่อยู่สำนักงานวิเทศธนกิจของธนาคารฟอร์ทิส ข้างต้น
ความครบเครื่องทั้งเรื่องการเงิน ความเป็นนักอสังหาริมทรัพย์และเคยผ่านงานระดับสากล ทำให้ชายคนนี้กลายมาเป็นระดับผู้บริหารงานที่ PS ในปัจจุบันที่คุมงานสำคัญของบริษัท
งานท้าทายต้องแลกด้วยการทำงานหนักทำให้เวลาในการเตะฟุตบอลของเขาหายไป เหลือแต่การตีกอล์ฟ ที่ส่วนใหญ่เป็นการตีในวันเสาร์หรือเสาร์อาทิตย์มักจะขลุกกับครอบครัวที่ประกอบด้วยภรรยา ลูกชายและลูกสาวที่อยู่ในช่วงวัยรุ่น 14 ปี และ 12 ปี ตามลำดับ กิจกรรมส่วนใหญ่คือการไปเยี่ยมปู่ย่า ตายายนั่นเอง
ลูกชายชอบเตะฟุตบอลไม่ต่างไปจากพ่อ แต่เชียร์กันคนละทีม โดย
“เมธา” ชอบแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ลูกชายกลับเชียร์ทีมลิเวอร์พูลขณะที่ลูกสาวนั้นออกไปในแนวติสต์ชอบดนตรีและฟังเพลงมากกว่าเสาเสาร์กับลูกค้า หริอทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวที่ปัจจถุบันร







