posttoday
นิคมตะวันออก-คอนโดใกล้เมือง-บ้านหัวหิน พัทยา บูมหลังน้ำลด

นิคมตะวันออก-คอนโดใกล้เมือง-บ้านหัวหิน พัทยา บูมหลังน้ำลด

22 พฤศจิกายน 2554

สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลายส่งผลให้หลายฝ่ายเริ่มประเมินบรรยากาศหลังน้ำลด

สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลายส่งผลให้หลายฝ่ายเริ่มประเมินบรรยากาศหลังน้ำลด

การลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ประเภทใดรุ่ง ประเภทใดส่อแววซึมยาว หลังเจอกับภาวะน้ำท่วมแบบจัดเต็ม โดยมีแนวโน้มว่านิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก ที่ไม่เจอกับอุทกภัยครั้งนี้ จะกลายเป็นทำเลเนื้อหอมสำหรับการลงทุนในโรงงานแห่งใหม่ ส่วนอสังหาฯ ประเภทที่อยู่อาศัย คาดการณ์ในเบื้องต้นว่าคอนโดมิเนียมในเมืองจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากชะลอตัวไประยะหนึ่ง เช่นเดียวกับการหาบ้านหลังที่สองแถบหัวหิน พัทยา ไว้หลบภัยชั่วคราว

ปฏิมา จีระแพทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า เหตุการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่ง ซึ่งสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจระดับแสนล้านบาท การลงทุนตั้งโรงงานใหม่ของกลุ่มอุตสาหกรรมหลังจากนี้คงจะมองปัจจัยเรื่องทำเลที่ตั้งที่ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติต่างๆ โดยเฉพาะอุทกภัย เป็นหนึ่งในปัจจัยในการตัดสินใจลงทุน

นิคมตะวันออก-คอนโดใกล้เมือง-บ้านหัวหิน พัทยา บูมหลังน้ำลด

ขณะที่แนวโน้มทำเลของนิคมอุตสาห กรรมโซนตะวันออกจะได้รับความสนใจมากขึ้น และนักลงทุนจะให้ความสำคัญกับแนวทางการป้องกันน้ำท่วม ข้อมูลตำแหน่งของความสูงของที่ตั้งนิคมฯ กับระดับน้ำทะเล ซึ่งสะท้อนได้จากเขตอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี ในภาคตะวันออกที่กลุ่มคอลลิเออร์สเพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนขาย ก็หันมาให้ความสำคัญกับการสื่อสารว่า เขตอุตสาหกรรมกบินทร์บุรีตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง 24 เมตร พร้อมกับประกาศว่าได้เตรียมมาตรการการป้องกันน้ำท่วมไว้ล่วงหน้าและเส้นทางการเดินทางจากเขตอุตสาหกรรมฯ เพื่อไปกรุงเทพมหานคร (กทม.) หรือท่าเรือต่างๆ ก็ไม่ประสบปัญหาน้ำท่วมด้วยเช่นกัน

ความคิดเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับ อภิชัย เตชะอุบล ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการ บริษัท ไทยพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรม หรือทีเอฟดี ผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมทีเอฟดี ย่านบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ที่ระบุว่า ได้รับการติดต่อจากบริษัทญี่ปุ่น 3 ราย ที่ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ในช่วงน้ำท่วมเพื่อซื้อที่ดินในนิคมฯ รวมแล้วคิดเป็นมูลค่าเกือบ 500 ล้านบาท โดยบริษัทแรกเป็นรายใหญ่ภายใต้ชื่อ โตโยโทมิ กลุ่มผลิตชิ้นส่วนตัวถังป้อนให้กับโตโยต้า ที่เพิ่งเข้ามาในไทยครั้งแรก โดยซื้อที่ดินในนิคมฯ จำนวน 65 ไร่ ราคาเฉลี่ย 5.5 ล้านบาทต่อไร่ รวมมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ส่วนอีก 2 ราย เป็นกลุ่มผลิตชิ้นส่วนป้อนให้กับบริษัทใหญ่ต่างๆ

การที่กลุ่มทุนญี่ปุ่นยังกล้าตัดสินใจลงทุนในไทย แม้ว่าไทยยังเผชิญหน้ากับภาวะน้ำท่วมรุนแรง สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มทุนจากญี่ปุ่นยังต้องการลงทุนในไทย แต่ต้องยอมรับว่า หากเป็นการลงทุนโรงงานใหม่ คงต้องย้ายมาฝั่งตะวันออกแทนโซนที่น้ำท่วม ปัจจัยดังกล่าวทำให้บริษัทขยับแผนลงทุนนิคมฯ เฟส 2 มาเร็วขึ้นในย่านเดิม โดยได้มีการซื้อที่ดินเพิ่ม 1,000 ไร่ และจะเร่งสร้างระบบสาธารณูปโภคในต้นเดือน ธ.ค. เพื่อเปิดขายให้ทันภายในไตรมาส 1 ซึ่งใช้เงินลงทุนรวมทั้งหมด 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าที่ดิน 60% และค่าก่อสร้าง 40% โดยนิคมฯ เฟส 2 จะเป็นโรงงานสำเร็จรูป 25% และที่ดินเปล่า 75%

ด้านที่อยู่อาศัย อภิชัย กล่าวว่า แนวโน้มคอนโดมิเนียมในเมืองจะได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะอารมณ์คนซื้อบ้านกังวลว่าน้ำจะท่วมในพื้นที่เดิมๆ อีก และการอยู่ในบ้านแนวสูงจะลดความเสียหายในทรัพย์สินภายในบ้านได้มากขึ้นด้วย ซึ่งจะเป็นผลให้โครงการ 15 สุขุมวิท เรสซิเดนซ์ของบริษัทได้รับความสนใจมากขึ้น โดยปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่า 50% ส่วนบ้านแนวราบ ทั้งทาวน์เฮาส์ และบ้านเดี่ยวบริเวณรอยต่อเมือง จุดที่น้ำท่วม คงชะลอตัวไปอีกระยะหนึ่ง

นอกจากนี้ น้ำท่วมใหญ่ในครั้งนี้ยังจะทำให้ความต้องการบ้านหลังที่สองในย่านหัวหิน พัทยาเพิ่มมากขึ้นด้วย โดยบริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) รายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ทำให้คน กทม.ส่วนหนึ่งตัดสินใจอพยพไปหัวหิน ชะอำ และพัทยามากขึ้น ส่งผลให้จำนวนซัพพลายในบางพื้นที่น้อยกว่าความต้องการ ซึ่งหลังจากนี้มีแนวโน้มว่าราคาซื้อขายคอนโดมิเนียมในบางพื้นที่ของเมืองพักตากอากาศจะปรับตัวสูงขึ้น

 

ข่าวล่าสุด

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?