
เจ้าของรถโล่งใจประกันต่ออายุ
‘วิริยะมิตรแท้’ยันคิดเบี้ยเดิมลูกค้าใหม่ต้องส่งไปตรวจสภาพ
‘วิริยะมิตรแท้’ยันคิดเบี้ยเดิมลูกค้าใหม่ต้องส่งไปตรวจสภาพ
ลูกค้าเก่าลอยตัว บริษัทประกันให้ต่ออายุรถตามกรมธรรม์เดิม ยึดเงื่อนไขเก่า เว้นลูกค้าใหม่
นายพันธ์เทพ ชัยปริญญา ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสินไหมทดแทน บริษัท วิริยะประกันภัย เปิดเผยว่า บริษัทยังคงใช้เกณฑ์เดิมในการต่ออายุกรมธรรม์ให้กับลูกค้าเก่าเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นประกันภัยรถยนต์หรือประกันภัยทรัพย์สิน โดยไม่ได้มีการเพิ่มเงื่อนไขอะไรเป็นพิเศษในช่วงนี้ตามที่บริษัทนายหน้า หรือโบรกเกอร์ระบุ
อย่างไรก็ตาม หากเป็นลูกค้าใหม่ ทางบริษัทก็จำเป็นต้องมีการเพิ่มกฎเกณฑ์ในการตรวจสภาพรถยนต์เช่นเดียวกับบริษัทอื่น ซึ่งเงื่อนไขดังกล่าวถือเป็นเรื่องปกติที่บริษัทประกันปฏิบัติมานานแล้ว
“หากลูกค้าต้องการซื้อความคุ้มครองประกันภัยเพิ่ม เราก็จำเป็นต้องขอชะลอการขายออกไปก่อน เนื่องจากบริษัทรับประกันภัยต่อต่างประเทศ หรือรีอินชัวเรอร์ ยังยืดระยะเวลาการพิจารณาในการต่อสัญญากับไทย ส่วนลูกค้าเก่าที่ครบอายุสัญญาและต้องการต่อกรมธรรม์เดิม ก็ยังรับต่อกรมธรรม์ตามปกติ ไม่มีการละเว้นแต่อย่างไร” นายพันธ์เทพ กล่าว
ผู้บริหารวิริยะฯ กล่าวอีกว่า ส่วนความเสียหายของลูกค้าที่ถูกน้ำท่วมนั้น เบื้องต้นพบว่ามียอดรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายประมาณ 1,800 คัน คิดเป็นทุนประกันรวมประมาณ 800 ล้านบาท โดยมีค่าสินไหมทดแทนเฉลี่ยประมาณคันละ 1-3 หมื่นบาท
อย่างไรก็ตาม บริษัทเริ่มจ่ายค่าสินไหมให้กับลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ที่น้ำลดลงไปบ้างแล้ว ทั้งที่ จ.นครสวรรค์ และพระนครศรีอยุธยา ส่วนความเสียหายที่เกิดในกรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล ขณะนี้ยังไม่สามารถเดินหน้าจ่ายสินไหมทดแทนได้เต็มที่ เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมยังไม่ยุติลงอย่างชัดเจน แต่ก็ได้รับแจ้งจากผู้เอาประกันในเขต กทม. แล้วประมาณ 1,500 คัน
นายอรัญ ศรีว่องไทย กรรมการบริหารและรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท มิตรแท้ประกันภัย กล่าวว่า การต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของลูกค้าเก่าคงจะไม่มีปัญหาเหมือนการต่ออายุกรมธรรม์ที่เกี่ยวกับน้ำท่วม โดยลูกค้าของบริษัทที่ต่ออายุกรมธรรม์ไม่จำเป็นต้องนำรถมาตรวจสภาพใหม่แต่อย่างใด แต่หากเป็นลูกค้าใหม่จากบริษัทอื่นก็เป็นเรื่องที่ต้องทำตามขั้นตอนตามปกติ
สำหรับผลกระทบจากน้ำท่วมนั้น มีลูกค้าของบริษัทที่อยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัยประมาณ 2 หมื่นราย และได้แจ้งขอเคลมสินไหมแล้วประมาณ 200 ราย ซึ่งถือว่ายังอยู่ในระดับที่ต่ำอยู่มาก มูลค่าความเสียหายทั้งหมดขณะนี้บริษัทยังไม่สามารถประเมินได้ เนื่องจากลูกค้ายังไม่ได้มีการแจ้งเคลมเข้ามาครบทุกราย
ขณะที่เบี้ยประกันภัยที่ตั้งเป้าเอาไว้ 2,000 ล้านบาทในปีนี้ คาดว่าคงจะไม่เป็นไปตามที่ตั้งไว้ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ทำให้ตัวแทนและนายหน้าเข้าไปหาลูกค้าได้ลำบาก







