
ความเสี่ยงทางการเมืองเพิ่ม
อุณหภูมิทางการเมืองเริ่มร้อนแรงขึ้นทันทีที่วันที่ 16 พ.ย.
อุณหภูมิทางการเมืองเริ่มร้อนแรงขึ้นทันทีที่วันที่ 16 พ.ย.
พาดหัวข่าวหน้าปกของหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับตีพิมพ์ข่าวที่ประชุมลับคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแก้ไข พ.ร.ฎ.อภัยโทษฯ เอื้อประโยชน์ต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
“พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีต รมว.ยุติธรรม ให้ความเห็นว่าถือเป็นวาระทั่วไปที่จะพิจารณากันในช่วงที่มีวาระสำคัญ เช่นเนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวามหาราช ซึ่งการประชุม ครม.ที่ผ่านมาจะเป็นการพิจารณาแบบเปิดเผย แต่รัฐบาลชุดนี้กลับมีการพิจารณาที่ไม่โปร่งใสเพราะเป็นการประชุมลับ
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส คาดว่ามติที่ประชุม ครม.ลับดังกล่าวข้างต้นจะทำให้การเมืองไทยสั่นคลอนอีกรอบ เนื่องจากมีประชาชนที่คัดค้านกับเรื่องนี้จำนวนมาก และเห็นว่ารัฐบาลกำลังใช้สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงมาเป็นจังหวะในการดำเนินการขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะเป็นวงเวลาที่ประชาชนกำลังประสบปัญหาอุทกภัยต้องแก้ปัญหาส่วนตัวเป็นการเร่งด่วนก่อน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเรื่องนี้จะมีน้ำหนักกดดันและถึงขั้นรวมตัวประท้วงใหญ่รัฐบาลอีกรอบ ซึ่งทำให้อุณหภูมิการเมืองของไทยสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไปด้วย ขณะที่ปัจจุบันเศรษฐกิจก็ถูกกระทบรุนแรงจากปัญหาน้ำท่วมใหญ่อยู่แล้ว
สาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล และกองทุนรวมบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ ให้ความเห็นว่า มติรับ พ.ร.ฎ.ดังกล่าวของ ครม.ช่วงนี้คงไม่ทำให้การเมืองเกิดความขัดแย้งกันใหม่ เพราะทุกฝ่ายต่างสนใจในเรื่องปัญหาน้ำท่วมมากกว่าปัญหาอื่น และสถานการณ์การลงทุนในตลาดหุ้นได้ให้น้ำหนักปัจจัยภายนอกมากกว่าปัจจัยภายใน
สุกิจ อุดมศิริกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนลูกค้าบุคคล บล.ไทยพาณิชย์ เชื่อว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะมีการถกเถียงกันมามากแล้ว แต่สถานการณ์น้ำท่วมทำให้คนไม่คิดเรื่องอื่นกันมากกว่าปัญหาที่เจอข้างหน้า
เรื่องนี้นักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะว่าคงมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าน้ำท่วมใหญ่เลยทีเดียว







