
‘ฐิติกร’อ่วมน้ำท่วมกดกำไร
สินเชื่อต่ำกว่าเป้ายอดหนี้เสียพุ่งไตรมาส4นี้เตรียมตั้งสำรองเพิ่ม
สินเชื่อต่ำกว่าเป้ายอดหนี้เสียพุ่งไตรมาส4นี้เตรียมตั้งสำรองเพิ่ม
น้ำท่วมใหญ่พ่นพิษใส่ TK หนี้เสียพุ่งสินเชื่อโตต่ำเป้าทำใจไตรมาส 4 กำไรชะลอตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ไตรมาส
นายประพล พรประภา รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฐิติกร (TK) เปิดเผยว่า บริษัทได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ ตามผลกระทบที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ หลังจากนิคมอุตสาห กรรมซึ่งถูกน้ำท่วม ทำให้บริษัทต้องปรับลดเป้าหมายการขยายตัวของสินเชื่อปีนี้ลงเหลือ 15% จากเดิมมองไว้ที่ 20% จากปีที่ผ่านมาที่มียอดสินเชื่อ 6,962 ล้านบาท ส่วน 9 เดือน ทำได้ 7,816 ล้านบาท
นอกจากนี้ น้ำท่วมส่งผลให้ยอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ที่ค้างชำระเกิน 6 เดือน จะปรับตัวเพิ่มขึ้นไปอยู่ในระดับที่ไม่เกิน 5% จากปัจจุบันอยู่ที่ 3.2% ซึ่งบริษัทประเมินลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทั้งหมด 6,000 บัญชี คิดเป็น 2.5% จากบัญชีลูกค้าที่มีทั้งหมด 2.5 แสนบัญชี โดยแบ่งเป็นลูกค้าในต่างจังหวัด 4,000 บัญชี และ กทม. 2,000 บัญชี
“น้ำท่วมน่าจะทำให้ผลดำเนินงานงวดไตรมาส 4 ปีนี้จะชะลอตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ไตรมาส เพราะส่งผลกระทบต่อลูกค้าและซัพพลายเออร์ของบริษัท และทำให้ทั้งปีอัตรากำไรไม่ถึงเป้าที่ประเมินว่าที่ 15%”
อย่างไรก็ดี บริษัทขอเวลาอีก 1 เดือน ในการประเมินความเสียหายและรอผลกระทบจากน้ำท่วมให้สิ้นสุดก่อน โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ กทม.ถึงจะมีการลดเป้าหมายรายได้และกำไรสุทธิปีนี้ ซึ่งเดิมทีบริษัทมั่นใจว่ากำไรสุทธิจะโตได้มากกว่า 15%
นายประพล กล่าวว่า จากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ทำให้บริษัทต้องเพิ่มแผนบริหารจัดการความเสี่ยงมากขึ้น โดยล่าสุดได้ตั้งศูนย์สำรองสำหรับการทำงานของบริษัททั้งหมดไปที่ จ.ชลบุรี จากเดิมอยู่ที่สุขาภิบาล 2
รองกรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า สำหรับเป้าหมายการทำธุรกิจปี 2555 ยังคงเป้าอัตราการเติบโตพอร์ตสินเชื่อเท่าเดิมที่ 10% เพราะบริษัทมองว่าเป็นการเติบโตจากฐานการขยายสินเชื่อที่เติบโตต่อเนื่องมาหลายปี ขณะเดียวกันมองว่ากำลังซื้อของลูกค้าน่าจะหายไประยะหนึ่งหลังสินค้าเกษตรได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่เชื่อว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในไตรมาส 2 ปีหน้าได้ ประกอบกับปีหน้าบริษัทจะมีการจัดทำโปรโมชันครบรอบ 40 ปี ของบริษัทเพื่อกระตุ้นตลาดและกำลังซื้อ
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนเปิดสาขาใหม่ในต่างจังหวัด 56 แห่ง ซึ่งเป็นการเปิดมากกว่าปกติที่ 34 สาขา เนื่องจากเลื่อนมาจากปีนี้ที่เจอปัญหาน้ำท่วม ทำให้เปิดได้เพียง 1 สาขาเท่านั้น
บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า จากผลกระทบของภาวะน้ำท่วม ซึ่งจะส่งผลต่อการขยายตัวของสินเชื่อ และ NPL ที่มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ TK จำเป็นต้องตั้งค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองสูงขึ้น และกำไรจะลดลงเหลือ 140150 ล้านบาท ลดลง 20% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 13.5 บาท แม้ว่าจะยังคงมีปัจจัยกดดันผลประกอบการจากภาวะน้ำท่วม แต่ราคาหุ้นที่ปรับลงมาแรงในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาได้สะท้อนความเสี่ยงสมควรแล้ว







