
สัปดาห์หน้าฟื้น‘โรจนะ’
คาดติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 140 ตัว กู้นิคมฯ โรจนะได้สัปดาห์หน้า
คาดติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 140 ตัว กู้นิคมฯ โรจนะได้สัปดาห์หน้า
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ได้ส่งมอบแพติดตั้งเครื่องสูบน้ำในโครงการฟื้นฟูที่ประสบอุทกภัยของกระทรวงพลังงานให้กับนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จำนวน 140 เครื่อง
สัปดาห์หน้าจะสามารถติดตั้งได้ โดยเครื่องสูบน้ำทั้ง 140 เครื่องจะมีกำลังการสูบน้ำได้วันละ 11.3 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วัน และตั้งเป้าหมายจะใช้เวลาในการสูบน้ำออกจากนิคมฯ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 ธ.ค.
แผนหลังจากนี้ กระทรวงพลังงานจะเข้าไปดำเนินการสูบน้ำในนิคมฯ ที่สำคัญ ได้แก่ นิคมฯโรจนะ และนิคมฯ สหรัตนนคร โดย การสูบน้ำในนิคมฯ ครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนการจัดสร้างและประกอบแพติดตั้งเครื่องสูบน้ำจากบริษัทผู้รับเหมาในการประกอบกิจการปิโตรเลียม 140 ชุด
ขณะที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รับหน้าที่ออกแบบแพติดตั้งเครื่องสูบน้ำ และบริษัท ปตท. ดำเนินการจัดหาเครื่องสูบน้ำ 140 เครื่อง ซึ่งใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง
ทั้งนี้ ในส่วนแพติดตั้งเครื่องสูบน้ำได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ไทยนิปปอน สตีล เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น คอร์ปอเรชั่น จำนวน 40 ชุด มูลค่า 2 ล้านบาท บริษัท ซียูอีแอล และบริษัท ยูนิไทย ชิปยาร์ด แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง บริษัทละ 50 ชุด มูลค่ารวมทั้งสิ้น 5 ล้านบาท
โครงสร้างแพติดตั้งเครื่องสูบน้ำแต่ละชุดจะจัดทำด้วยถังขนาด 200 ลิตร จำนวน 15 ใบ โครงเหล็กขนาดกว้าง 2.7 ม. ยาว 3 ม. สามารถรองรับน้ำหนักเครื่องสูบน้ำและอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองได้ประมาณ 1,200 กก.
“ขณะนี้จะเริ่มดำเนินการสูบน้ำในนิคมฯ โรจนะ ที่มีสภาพน้ำลดลง นับเป็นพื้นที่แรกที่จะเข้าไปดำเนินการได้ ส่วนนิคมฯ อื่นก็จะเริ่มทยอยดำเนินการหลังจากนี้ เมื่อประเมินจากสถานการณ์น้ำแล้ว โดยจะพยายามดำเนินการทีละนิคมฯ เพื่อให้เสร็จโดยเร็ว สามารถกลับมาเปิดดำเนินการได้ตามปกติโดยเร็ว” นายพิชัย กล่าว
นายพิชัย กล่าวด้วยว่า โรงไฟฟ้าโรจนะที่ได้รับความเสียหายจนไม่สามารถผลิตไฟฟ้าป้อนนิคมฯ ได้นั้น คงต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู68 เดือน ในระหว่างนี้ได้มอบหมายให้ กฟผ. และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ดำเนินการจัดส่งไฟฟ้าสำรองจากโรงไฟฟ้าวังน้อยมาใช้ภายในนิคมฯ ไปก่อน
นิคมฯ ได้แจ้งความต้องการใช้ไฟฟ้าก่อนระยะแรก 10 เมกะวัตต์ ภายในวันที่ 16 พ.ย. ส่วนระยะที่สอง วันที่ 16 พ.ย. 50 เมกะวัตต์ และวันที่ 1 มี.ค. 2555 อีก 150 เมกะวัตต์







