
โรคเบาหวานกำลังถล่มประเทศยากจน
นักวิจัยเตือนโรคเบาหวานและโรคแทรกซ้อนกำลังคุกคามประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะในเรื่องของรายจ่ายด้านสุขภาพ นักวิจัยจำนวนมากได้ลงผลงานวิจัยเกี่ยวกับโรคเบาหงาน ซึ่งเป็นการเตือนประเทศกำลังพัฒนาและประเทศยากจนให้ระมัดระวัง และเตรียมรับมือกับรายจ่ายที่สูงขึ้นจากโรคเบาหวานและโรคแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น โรคหัวใจ และโรคเส้นเลี้ยงในสมองอุตตันฟิลิป คลาร์ก ผู้ช่วยศาสตรจารย์ที่มหาวิยาลัยซิดนีย์ ด้านการสาธารณสุขระบุว่า โรคเบาหวานกำลังจะเปลี่ยนจากในประเทศมั่งคั่ง ไปยังประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างจีน และอินเดีย และจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ระบบบริการสุขภาพ และสาธารณสุขต้องรับกับภาวะค่าใช้จ่ายในการจัดการ กับโรคดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก คลาร์ก และนักวิจัยอีกหลายท่านได้ทำการวิจัยกับคนไข้ราว 11,140 คน ใน 20 ประเทศ ที่มีอาการของโรคเบาหวานและโรคแทรกซ้อนอื่นๆ อย่างร้ายแรง ซึ่งคนไข้เหล่านี้ต้องรับภาระกับรายจ่ายในการรรักษาพยาบาลจำนวนมหาศาล ตามรายงานระบบุว่าราว 250 ล้านคนทั่วโลกกำลังเผชิญกับภาวะโรคเบาหวาน และตัวเลขของผู้ป่วยเหล่านี้ก็กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งราว 1 ใน 3 ของผู้ป่วยโรคเบาหวานก็ประชาชนที่อาศัยอยู่ในป
นักวิจัยเตือนโรคเบาหวานและโรคแทรกซ้อนกำลังคุกคามประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะในเรื่องของรายจ่ายด้านสุขภาพ
นักวิจัยจำนวนมากได้ลงผลงานวิจัยเกี่ยวกับโรคเบาหงาน ซึ่งเป็นการเตือนประเทศกำลังพัฒนาและประเทศยากจนให้ระมัดระวัง และเตรียมรับมือกับรายจ่ายที่สูงขึ้นจากโรคเบาหวานและโรคแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น โรคหัวใจ และโรคเส้นเลี้ยงในสมองอุตตัน
ฟิลิป คลาร์ก ผู้ช่วยศาสตรจารย์ที่มหาวิยาลัยซิดนีย์ ด้านการสาธารณสุขระบุว่า โรคเบาหวานกำลังจะเปลี่ยนจากในประเทศมั่งคั่ง ไปยังประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างจีน และอินเดีย และจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ระบบบริการสุขภาพ และสาธารณสุขต้องรับกับภาวะค่าใช้จ่ายในการจัดการ กับโรคดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก
คลาร์ก และนักวิจัยอีกหลายท่านได้ทำการวิจัยกับคนไข้ราว 11,140 คน ใน 20 ประเทศ ที่มีอาการของโรคเบาหวานและโรคแทรกซ้อนอื่นๆ อย่างร้ายแรง ซึ่งคนไข้เหล่านี้ต้องรับภาระกับรายจ่ายในการรรักษาพยาบาลจำนวนมหาศาล
ตามรายงานระบบุว่าราว 250 ล้านคนทั่วโลกกำลังเผชิญกับภาวะโรคเบาหวาน และตัวเลขของผู้ป่วยเหล่านี้ก็กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งราว 1 ใน 3 ของผู้ป่วยโรคเบาหวานก็ประชาชนที่อาศัยอยู่ในประเทศกำลังพัฒนาอีกด้วย
นักวิจัยจำนวนมากได้ลงผลงานวิจัยเกี่ยวกับโรคเบาหงาน ซึ่งเป็นการเตือนประเทศกำลังพัฒนาและประเทศยากจนให้ระมัดระวัง และเตรียมรับมือกับรายจ่ายที่สูงขึ้นจากโรคเบาหวานและโรคแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น โรคหัวใจ และโรคเส้นเลี้ยงในสมองอุตตัน
ฟิลิป คลาร์ก ผู้ช่วยศาสตรจารย์ที่มหาวิยาลัยซิดนีย์ ด้านการสาธารณสุขระบุว่า โรคเบาหวานกำลังจะเปลี่ยนจากในประเทศมั่งคั่ง ไปยังประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างจีน และอินเดีย และจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ระบบบริการสุขภาพ และสาธารณสุขต้องรับกับภาวะค่าใช้จ่ายในการจัดการ กับโรคดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก
คลาร์ก และนักวิจัยอีกหลายท่านได้ทำการวิจัยกับคนไข้ราว 11,140 คน ใน 20 ประเทศ ที่มีอาการของโรคเบาหวานและโรคแทรกซ้อนอื่นๆ อย่างร้ายแรง ซึ่งคนไข้เหล่านี้ต้องรับภาระกับรายจ่ายในการรรักษาพยาบาลจำนวนมหาศาล
ตามรายงานระบบุว่าราว 250 ล้านคนทั่วโลกกำลังเผชิญกับภาวะโรคเบาหวาน และตัวเลขของผู้ป่วยเหล่านี้ก็กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งราว 1 ใน 3 ของผู้ป่วยโรคเบาหวานก็ประชาชนที่อาศัยอยู่ในประเทศกำลังพัฒนาอีกด้วย







