
พักหนี้เหนียมอายรายละ5แสนบาท
ครม.ไฟเขียวพักหนี้เกษตรกรผู้มีรายได้น้อย 7.75 แสนราย เป็นเวลา 3 ปี อัดงบอุ้มดอกเบี้ย 1.08 หมื่นล้าน เปิดให้เฉพาะคนยื่นแบบเสียภาษี
ครม.ไฟเขียวพักหนี้เกษตรกรผู้มีรายได้น้อย 7.75 แสนราย เป็นเวลา 3 ปี อัดงบอุ้มดอกเบี้ย 1.08 หมื่นล้าน เปิดให้เฉพาะคนยื่นแบบเสียภาษี
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบโครงการพักหนี้เกษตรกรรายย่อยและประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่มีหนี้คงค้างไม่เกิน 5 แสนบาท เป็นเวลา 3 ปี หรือตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2554-30 ก.ย. 2557
เป้าหมายหลักของนโยบายนี้ เพื่อบรรเทาภาระหนี้สินให้เกษตรกรรายย่อยและผู้มีรายได้น้อยที่มีปัญหาการชำระหนี้ ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2554 จำนวน 7.75 แสนราย มูลหนี้ 9.05 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นเกษตรกรรายย่อย 6.39 แสนราย มูลหนี้ 7.7 หมื่นล้านบาท และผู้มีรายได้น้อย 1.35 แสนราย มูลหนี้ 1.27 หมื่นล้านบาท
ครม.ที่มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้อนุมัติกรอบงบประมาณดำเนินโครงการพักหนี้ 1.24 หมื่นล้านบาท โดยชดเชยอัตราดอกเบี้ยให้ธนาคารของรัฐแทนเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อยที่เข้าร่วมโครงการ 3 ปี ในอัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี วงเงิน 1.08 หมื่นล้านบาท และอนุมัติค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร วงเงิน 1,270 ล้านบาท และค่าติดตามประเมินผล 266 ล้านบาท
ลูกหนี้สถาบันการเงินของรัฐ 6 แห่ง ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย.นี้ โดยเปิดลงทะเบียนและคัดกรองเป็นเวลา 3 เดือน
ขณะที่คุณสมบัติของเกษตรกรรายย่อยและผู้มีรายได้น้อยที่เข้าร่วมโครงการได้นั้น ต้องเป็นลูกค้าธนาคารทั้ง 5 แห่ง ที่กู้เงินเพื่อการประกอบอาชีพ ที่อยู่อาศัย การศึกษา และการรักษาพยาบาล ที่มีสถานะเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือจากการปรับโครงสร้างหนี้ ในระหว่างเข้าโครงการไม่มีสิทธิขอกู้เงินจากธนาคารรัฐที่ขอพักหนี้
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า เกษตรกรที่เข้าโครงการพักชำระหนี้ของ ธ.ก.ส. ยังครอบคลุมถึงลูกค้า ธ.ก.ส.ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนกรณีผู้มีรายได้น้อยมีการกำหนดคุณสมบัติอื่นๆ เช่น ต้องเป็นผู้ที่อยู่ในระบบฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2554
นางจิตรมณี สุวรรณพูล รองอธิบดีกรมสรรพากร โฆษกกรมสรรพากร กล่าวว่า ผู้อยู่ที่ต้องเข้ามาอยู่ในระบบฐานภาษี คือ คนที่มีรายได้ตั้งแต่ 3 หมื่นบาทต่อปี ต้องยื่นแบบเสียภาษีกับกรมสรรพากร ถึงแม้ว่าจะมีรายได้รวมแล้วยังไม่ต้องเสียภาษีก็ตาม โดยปัจจุบันมีบุคคลธรรมดาอยู่ในระบบภาษี 9 ล้านคน
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การผูกเงื่อนไขต้องอยู่ในฐานภาษีจะทำให้จำนวนรายของผู้ได้รับการพักหนี้ลดลงจำนวนมาก







