
อย่างน้อย6เดือนอสังหาฯซึมแน่
น้ำท่วมใหญ่ซัดอสังหาฯ ซึมอย่างน้อย 6 เดือน ราคาที่ดินตก 30% ลูกค้าชะลอซื้อ ส่อทิ้งดาวน์
น้ำท่วมใหญ่ซัดอสังหาฯ ซึมอย่างน้อย 6 เดือน ราคาที่ดินตก 30% ลูกค้าชะลอซื้อ ส่อทิ้งดาวน์
นายปฏิมา จีระแพทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ ประเมินว่า ตลาดที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะแนวราบจะซบเซาไม่ต่ำกว่า 6 เดือน โดยเชื่อว่าในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมหนัก ราคาขายที่ดินบางแปลงจะลดลงประมาณ 2030%
ขณะเดียวกันเชื่อว่าในส่วนของผู้บริโภคจะชะลอการตัดสินใจซื้อบ้าน บางส่วนอาจทิ้งดาวน์ ขณะที่ผู้ประกอบการจะชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่
นอกจากนี้ ยังคาดว่าจะมีการออกแบบโครงการรูปแบบใหม่ๆ เช่น เป็นอาคารที่ยกตัวสูง โดยอาจจะปล่อยให้บริเวณชั้น 1 เป็นพื้นที่จอดรถแทน รวมไปถึงตลาดคอนโดมิเนียมจะได้รับความนิยมมากขึ้น แต่โครงการที่เกิดขึ้นใหม่จะต้องอยู่ใกล้กับแนวรถไฟฟ้า
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อว่าคนไทยลืมง่าย ดังนั้น จึงจะไม่มีการย้ายถิ่นฐาน ยกเว้นจะซื้อเป็นที่อยู่อาศัยหลังที่สอง ทั้งคอนโดมิเนียมใหม่และมือสองในเขตซีบีดี ตั้งแต่ระดับราคา 110 ล้านบาท หรือระดับเกิน 10 ล้านบาทก็ยังขายง่าย รวมทั้งรีสอร์ทในพื้นต่างจังหวัดที่ไม่ไกลจากกรุงเทพ
สำหรับผังเมืองกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ที่กำลังปรับปรุงแก้ไขอยู่ และเตรียมจะประกาศใช้ในช่วงเดือนพ.ค. ปี 2555 นายปฏิมา กล่าวว่า จะยังไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องพื้นที่รับน้ำและระบายน้ำอย่างเต็มที่ เนื่องจากได้ผ่านขั้นตอนการทำประชาพิจารณ์ไปแล้ว ทำให้ยากต่อการแก้ไข แต่ผังเมืองฉบับดังกล่าวได้มีการเพิ่มพื้นที่รับน้ำ (Flood way หรือพื้นที่เขียวทแยงขาว) เพิ่มเติมอีก 1 จุด คือ ย่านบางขุนเทียนชายทะเล จากเดิมที่มี 2 จุดคือด้านตะวันออกบริเวณ คลองสามวาและมีนบุรี ขณะที่ด้านตะวันตกอยู่ในบริเวณบางแคและตลิ่งชัน
“แม้ว่าจะเพิ่มพื้นที่รับน้ำได้ไม่มาก แต่เชื่อว่าผู้ประกอบการจะขอให้มีการคงพื้นที่สำหรับจอดรถสำหรับอาคารขนาดใหญ่ที่อยู่ติดรถไฟฟ้าเอาไว้ เพราะยังมีความจำเป็นที่จะมีพื้นที่รองรับในการจอดรถหากเกิดปัญหานี้ขึ้นมาอีก”นายปฎิมากล่าว ขณะเดียวกันภาครัฐก็ต้องคิดถึงเรื่องการสร้างจุดจอดรถในชุมชนไว้ด้วย
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ทำการวิเคราะห์ผลกระทบจากน้ำท่วมนั้น พบว่า มีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบประมาณ 36 จังหวัด มีผู้ได้รับความเดือดร้อนมากกว่า 1 ล้านครอบครัวกว่า 3 ล้านคน มี 7 นิคมอุตสาหกรรมที่ได้รับความเสียหาย รวมโรงงาน 830 โรงงาน โดยประมาณ 50% เป็นนักลงทุนญี่ปุ่น และคนตกงานไม่ต่ำกว่า 6 แสนคน ส่งผลกระทบต่อผลผลิตข้าวทั้งปีที่ 10% หรือประมาณ 3 ล้านตัน และตลอดระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมาทำให้ท่องเที่ยวเสียหายไปแล้ว 2 หมื่นล้านบาท และคาดว่านักท่องเที่ยวจะชะลอการเดินทางไปจนถึงเดือนม.ค.ปีหน้า สุดท้ายทำให้ตัวเลขจีดีพีทางเศรษฐกิจ ลดลง 23%
น.ส.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ เปิดเผยว่า มีแผนพัฒนาโครงการบ้านริมสนามกอล์ฟในโครงการพัทยา คันทรีคลับ เนื้อที่ 100 กว่าไร่ ใน จ.ชลบุรี มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท ซึ่งใช้เม็ดเงินลงทุนพัฒนาไปแล้ว 700 กว่าล้านบาท ในต้นปีหน้า โดยจะพัฒนาเป็นบ้านเดี่ยวระดับราคา 23 ล้านบาทต่อยูนิต เฟสละ 20-30 ยูนิต
พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนหันมาซื้อบ้านหลังที่สองในต่างจังหวัด เพื่อสำรองหาก กทม.น้ำท่วมอีก” น.ส.เกษรา กล่าว







