
กองทุนเอฟทีเอเท140ล.รับมือคู่แข่ง
กระจายช่วยเกษตรกรธุรกิจ ล็อตสุดท้ายเหลือเงิน75ล้าน
โพสต์ทูเดย์
— อนุมัติ 140 ล้าน ช่วยเกษตรกร ภาคธุรกิจ ปรับตัวรับมือค้าเสรีนายวิจักร วิเศษน้อย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กองทุนเพื่อการปรับตัวของภาคการผลิตและบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า (กองทุนเอฟทีเอ) อนุมัติการให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้าแล้ว 18 โครงการ วงเงิน 140 ล้านบาท ในจำนวนดังกล่าวมี 9 โครงการที่สามารถปรับตัวรับมือการเปิดเสรีได้แล้ว
โครงการที่ปรับตัวได้แล้วประกอบด้วย 1.โครงการเผยแพร่ความรู้ด้านมาตรฐานสินค้าและการคุ้มครองผู้บริโภค เสนอโดยกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 2.โครงการศึกษาเพื่อปรับยุทธศาสตร์ของอุตสาหกรรมเครื่องหนังไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้กรอบการค้าเสรี เสนอโดยสมาคมเครื่องหนังไทย
3.โครงการจัดทำระบบประกันคุณภาพ GMP โรงงานปลาป่น เพื่อความปลอดภัยของอาหารสัตว์ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน เสนอโดยสมาคมผู้ผลิตปลาป่นไทย
4.โครงการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มคลัสเตอร์ส้มเชียงใหม่ เพื่อการปรับตัวจากผลกระทบของการเปิดเสรีทางการค้า เสนอโดยกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมส้มในเขตภาคเหนือตอนบน
5.โครงการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อ เสนอโดยสหกรณ์โคเนื้อ มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน 6.โครงการรณรงค์การบริโภคเนื้อโคและการขยายตลาดผลิตภัณฑ์เนื้อโคไทย เสนอโดยสมาคมโคเนื้อแห่งประเทศไทย
7.โครงการนำร่องการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมปลาน้ำจืด เสนอโดยสหกรณ์ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและการเกษตรแห่งประเทศไทย 8.โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและบุคลากรในอุตสาหกรรมเพื่อรองรับผลกระทบ AFTA ในข้อตกลงด้าน ASEAN Harmonized Products ของสินค้ายาจากระบบเอกสารการขึ้นทะเบียนยาแบบ ACTD (ASEAN Common Technical Dossier) เสนอโดยสมาคมไทยอุตสาหกรรมผลิตยาแผนปัจจุบัน
9.โครงการศึกษาและเตรียมความพร้อมสำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยาเพื่อรองรับผลกระทบจากบันทึกความตกลงร่วมกันตามกรอบข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน เสนอโดยสมาคมไทยอุตสาหกรรมผลิตยาแผนปัจจุบัน
“ผลการให้ความช่วยเหลือของกองทุนเอฟทีเอ สามารถทำให้เกษตรกรและผู้ประกอบการที่ขอใช้เงินกองทุนเอฟทีเอสามารถปรับตัว และรับมือกับการเปิดเสรีทางการค้าได้ ซึ่งขณะนี้กลุ่มผู้ประกอบการใน 9 โครงการที่กองทุนเอฟทีเอเข้าไปช่วยเหลือ มีศักยภาพในการผลิตเพิ่มขึ้นพร้อมที่จะแข่งขันกับสินค้านำเข้ารวมทั้งจะก้าวไปสู่การส่งออกได้ในอนาคตอันใกล้ ”นายวิจักรกล่าวนายวิจักร กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้กองทุนเอฟทีเอมีวงเงินคงเหลือที่จะให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการ ค้าอีก 75 ล้านบาท โดยมีโครงการที่อยู่ระหว่างขอรับความช่วยเหลืออีก 7 โครงการ ได้แก่ โครงการนมโคสดแท้ 100% การท่องเที่ยว สับปะรด ข้าวกล้องงอก ข้าวอินทรีย์ โลจิสติกส์ และกาแฟ







