posttoday
นิคมฯวางแผนสู้เอาชนะน้ำท่วมนวนครเท600ล.

นิคมฯวางแผนสู้เอาชนะน้ำท่วมนวนครเท600ล.

14 พฤศจิกายน 2554

NNCL เล็งใช้ 600 ล้าน สร้างเขื่อนคอนกรีตถาวรป้องนิคมฯ นักลงทุนญี่ปุ่นแฉปัญหาน้ำติดการเมือง ไทคอนเสนอรวมพลังกู้ธุรกิจ AH เร่งผลิตสินค้า

NNCL เล็งใช้ 600 ล้าน สร้างเขื่อนคอนกรีตถาวรป้องนิคมฯ นักลงทุนญี่ปุ่นแฉปัญหาน้ำติดการเมือง ไทคอนเสนอรวมพลังกู้ธุรกิจ AH เร่งผลิตสินค้า

นายนิพิฐ อรุณวงษ์ ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท นวนคร (NNCL) เจ้าของนิคมอุตสาหกรรม 1 ใน 7 ที่จมน้ำ เปิดเผยถึงแผนระยะยาวในการรับมือกับปัญหาน้ำท่วมว่า บริษัทได้หารือกับ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) ว่า จะมีการลงทุนเพื่อสร้างเขื่อนคอนกรีตถาวรด้วยการนำระบบโคโรเกรดเตทคอนกรีตชีฟไฟล เทคโนโลยีของญี่ปุ่น ล้อมรอบนิคมฯ ซึ่งน่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 600 ล้านบาท

“ระบบนี้จะมีต้นทุนการก่อสร้างประมาณ 30 ล้านบาทต่อกิโลเมตร ซึ่งรอบนิคมฯ มีความยาว 20 กิโลเมตร และเขื่อนจะมีความสูงประมาณ 6.5 เมตร ซึ่งมากกว่าเขื่อนเดิมที่ถือว่าสูงแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถป้องกันได้” นายนิพิฐ กล่าว

สำหรับแหล่งเงินอาจจะต้องพูดคุยกับรัฐบาลด้วย เพราะการลงทุนครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อบริษัท แต่เป็นการลงทุนเพื่อประเทศทำให้นักลงทุนต่างชาติเกิดความเชื่อมั่น

ขณะเดียวกัน ภาครัฐจะต้องมีแผนการจัดการและบริหารน้ำอย่างชัดเจน รวมถึงระบบการขนส่งด้วยเพราะปัญหาที่เกิดน้ำท่วมครั้งนี้ ในมุมมองของนักลงทุนญี่ปุ่นไม่ได้มาจากภัยธรรมชาติ แต่เกิดจากการจัดการน้ำที่ผิดพลาดของรัฐบาลและติดปัญหาทางการเมืองพอสมควร ถ้าหากทำตามที่บริษัทเสนอในช่วงแรกปัญหาก็จะไม่เกิดขึ้น

นายวีรพันธ์ พูลเกษ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล (TICON) กล่าวว่า ไทคอนเป็นผู้บริหารนิคมฯ และมีลูกค้ากระจายอยู่ในหลายนิคมฯ เช่น นิคมฯ ไฮเทค บางปะอิน นวนคร แผนธุรกิจระยะยาวที่จะรับมือกับมวลน้ำจะต้องทำร่วมกับการนิคมอุสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และนิคมฯ แต่ละแห่ง ซึ่งส่วนหนึ่งจะต้องทำให้เขื่อนมีความแข็งแรงขึ้นจากปัจจุบันที่เป็นเขื่อนดิน และไทคอนก็จะต้องจัดคลังสินค้าในโซนน้ำท่วมให้สูงขึ้น โดยดูจากระดับน้ำท่วมครั้งนี้เป็นฐาน

“แนวทางป้องกันอาจไม่ใช่ 100% เพราะน้ำปีหน้าอาจจะสูงขึ้นอีก นอกจากร่วมมือทำกับเจ้าของนิคมฯ แล้ว ไทคอนเองก็มีแผนที่ดีกว่านี้ เช่น การปรึกษา และศึกษาเทคโนโลยีที่ดีที่สุดจากต่างประเทศ”

นายเย็บ ซู ชวน ประธานกรรมการ บริษัท อาปิโก้ ไฮเทค (AH) กล่าวว่า สิ่งจำเป็นเร่งด่วนคือจะต้องกลับมาผลิตให้เร็วที่สุด ในส่วนเครื่องจักรมีทั้งซ่อมเครื่องใหญ่ที่มีขนาด 200 ตันขึ้นไป แต่เครื่องเล็กจะมีการเช่าเข้ามาเสริม

“เราจะเร่งผลิตทันทีเมื่อน้ำแห้ง เพราะทุกอย่างรอไม่ได้ ทั้งโตโยต้า ฮอนด้า ก็รอชิ้นส่วนเพื่อประกอบรถยนต์”

นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) เปิดเผยว่า ภัยพิบัติธรรมชาติถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่บริษัทต้องระมัดระมัดมากขึ้น แต่อาจจะไม่ต้องปรับแผนงานมาก เพราะบริษัทมีการกระจายการผลิตทั่วโลก ปัจจุบันต้องมีอย่างน้อย 1 แห่งในแต่ละทวีป ล่าสุดผลจากน้ำท่วมที่โรงงาน จ.ลพบุรี ก็ย้ายไปผลิตที่ระยองได้บางส่วน  

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน