
พาณิชน์ไม่สนข้าวราคาตก เดินหน้า 2 เดือน ประมูล 2 ล้านตัน
ในที่สุด นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ก็เดินหน้าเปิดประมูลข้าว 5 แสนตัน ตามกำหนดการเดิมคือ วันที่ 22 ก.พ. แม้นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ จะออกมาคัดค้าน เพราะทำให้ราคาข้าวในประเทศตกต่ำอย่างรุนแรง แถมราคาส่งออกก็ได้รับผลกระทบ และยังมีกระแสข่าวลือถึงความไม่โปร่งใสในการประมูลคอยกดดันด้วย
วันที่ 22 ก.พ. กระทรวงพาณิชย์ได้เปิดให้เอกชนที่สนใจยื่นซองเสนอราคาก่อน และในวันที่ 23 ก.พ.นี้ จะเป็นการเปิดซอง พร้อมเปิดชื่อและราคาของผู้เสนอซื้อแต่ละราย เพื่อเรียกต่อรองราคาเป็นรายๆ ไป
หลังจากนั้นตามขั้นตอน ถ้าตกลงราคากันได้ก็จะเสนอผลประมูลให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ฟันธง
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานอ้างคำสัมภาษณ์ นายวิจักร วิเศษน้อย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ระบุว่า นอกจากการเปิดประมูลข้าว 5 แสนตันแล้ว ภายใน 2 เดือนนี้ อาจเปิดประมูลจนถึง 2 ล้านตัน เพราะช่วงเวลานี้ถือว่าเป็นเวลาที่เหมาะต่อการระบายสต๊อกข้าวออก เนื่องจากความต้องการของตลาดโลกมีมาก ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ก็น่าจะระบายสต๊อกได้ถึง 2 ล้านตัน
นายวิจักร กล่าวด้วยว่า ไทยยังมีแผนจะระบายข้าวให้กับกลุ่มประเทศในอาเซียนอีก 7 แสนตันเร็วๆ นี้ โดยมีประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ แสดงความสนใจที่จะเข้าซื้อ โดยเฉพาะฟิลิปปินส์อาจจะเปิดให้มีการเสนอขายในราวเดือน มี.ค.นี้ เพื่อเพิ่มการนำเข้า เช่นเดียวกับกลุ่มประเทศแอฟริกาก็มีแผนนำเข้าเพิ่มมากขึ้นด้วย
แหล่งข่าวจากผู้ส่งออกข้าว เปิดเผยว่า การเสนอราคาซื้อข้าวในครั้งนี้ ราคาเฉลี่ยน่าจะอยู่ที่ตันละ 1.5 หมื่นบาท ตามราคาตลาด ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่เหมาะสมแล้ว
ส่วนสาเหตุที่มีความพยายามให้ยกเลิกการประมูลครั้งนี้ น่าจะมาจากกลุ่มโรงสีที่คาดว่าข้าวปีนี้ราคาจะสูงจึงกักตุนข้าวไว้ เพื่อโก่งราคากับผู้ส่งออก เมื่อรัฐระบายข้าวออกมา จะช่วยให้ผู้ส่งออกไม่จำเป็นต้องซื้อข้าวจากโรงสี ทำให้เกิดปัญหาโรงสีขาดทุนตามมา
“
ความขัดแย้งระหว่างผู้ส่งออกและโรงสี นอกจากสร้างความเสียหายให้กับกลไกการค้าข้าวแล้ว ในส่วนนักการเมืองที่มีส่วนได้เสียกับการระบายข้าวแต่ละครั้งด้วย โดยก่อนหน้านี้มีการระบายข้าวและสรุปราคาขายที่ตันละ 1.6 หมื่นบาท แต่ไม่มีการขาย ขณะที่การระบายครั้งนี้ มีข้อสังเกตว่า มีการเปิดรับซองเสนอราคาช่วงบ่ายและข้ามอีกวันจึงจะเปิดซองเสนอราคา ก่อนจะเปิดเจรจาต่อรองขาย ทั้งที่ธรรมเนียมที่ผ่านมาขั้นตอนเสนอซองและเปิดซองจะกระทำในวันเดียวกัน”แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า เวลานี้ผู้ส่งออกรู้สึกว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับผู้ส่งออกเท่าที่ควร ทั้งที่เป็นผู้ผลักดันให้กลไกสินค้าเกษตรเดินหน้า และทำราคาได้
นายสมพงษ์ กิตติเรียงลาภ ประธานกรรมการ บริษัท พงษ์ลาภ กล่าวว่า บริษัทได้ยื่นเสนอซื้อข้าวในการประมูลครั้งนี้จำนวนหนึ่ง เพราะต้องการรักษาบทบาทการร่วมซื้อข้าวจากรัฐไว้ แม้จะไม่มีความมั่นใจการระบายข้าวครั้งนี้ว่าจะสามารถหาข้อสรุปและส่งมอบสินค้าได้ตามแผนก็ตาม
++สำหรับการจำหน่ายข้าวสารตามโครงการรับจำนำของรัฐบาล เพื่อการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร กำหนดระบายข้าวปริมาณรวม 5 แสนตัน เป็นข้าวหอมปทุมธานี จากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2551 ปริมาณ 1 แสนตัน ข้าวหอมปทุมธานี จากโครงการนาปี 2551/52 ปริมาณ 5.1 หมื่นตัน ข้าวขาว 5% ปริมาณ 1.49 แสนตัน และข้าวขาว 5% จากโครงการฯนาปี 2551/52 ปริมาณ 2 แสนตัน
++กำหนดให้ผู้มีคุณสมบัติตามที่กำหนดยื่นซองวานนี้ (22 ก.พ.) และจะประกาศราชื่อผู้เสนอราคาซื้อและเปิดซองเสนอราคาวันนี้ (23 ก.พ. ) จากนั้นจะเจรจาต่อรอง โดยมีนายวิจักร วิเศษน้อย ประธานคณะทำงานดำเนินการระบายข้าวสารเจรจาต่อรองกับผู้เสนอราคา ในวันที่ 24 ก.พ. โดยรัฐบาลกำหนดรประชุมกขช.ในวันถัดไป
++นางพรทิวา กล่าวอีกว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (23 ก.พ.) กระทรวงพาณิชย์ เสนอแผนเปิดจุดโรงสีเพื่อตั้งโต๊ะรับซื้อข้าวในพื้นที่ 3 จังหวัดได้แก่ อยุธยา สุโขทัย และพิษณุโลก เพื่อแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำเบื้องต้นคาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากข้าวมีความชื้นมากกว่า 30%







