
สภาอุตฯเผยยอดสั่งซื้อต่างชาติเริ่มหด
สภาอุตสาหกรรมเผยเริ่มมีสัญญาณยอดสั่งซื้อจากต่างประเทศหดแล้ว พบเดือนต.ค.ลดลง 10% หลังเหตุน้ำท่วม
สภาอุตสาหกรรมเผยเริ่มมีสัญญาณยอดสั่งซื้อจากต่างประเทศหดแล้ว พบเดือนต.ค.ลดลง 10% หลังเหตุน้ำท่วม
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้เริ่มมีสัญญาณแล้วว่ายอดคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) จากต่างประเทศในเดือนต.ค.2554 ลดลงจากเดือนก่อนประมาณ 10% เนื่องจากลูกค้าเข้าใจว่าโรงงานถูกน้ำท่วมทั้งหมด จึงกลัวว่าจะส่งสินค้าให้ไม่ทันตามกำหนด ส่งผลไปถึงโรงงานอุตสาหกรรมที่ยังไม่ถูกน้ำท่วมแต่อยู่ในจังหวัดใกล้เคียงด้วย เช่น อุตสาหกรรมอาหาร สิ่งทอ รองเท้า รวมทั้งโรงงานที่ผลิตสินค้าส่งให้โรงงานที่ถูกน้ำท่วมก็ขายสินค้าไม่ได้เช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ ปัญหาน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เฉพาะ 800 โรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 7 แห่งที่ถูกน้ำท่วมไป แต่ยังส่งผลกระทบต่อโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศที่มีอยู่ประมาณ 2หมื่นแห่งด้วย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเป็นลูกโซ่
“คาดว่ายอดส่งออกในช่วง 3 เดือนท้ายของปีนี้ไม่น่าจะโต แต่ก็ยังถือว่าโชคดีที่ช่วง 9 เดือน ยอดส่งออกโตถึง 25% จึงทำให้ภาพรวมการส่งออกปีนี้น่าจะยังอยู่ที่ระดับ 19-20% ที่มูลค่า 2.2 แสนล้านบาทได้ แต่หากยอดส่งออกในช่วง 3 เดือนท้ายติดลบก็คงต้องมาทบทวนตัวเลขส่งออกปีนี้ใหม่”นายธนิต กล่าว
นอกจากนี้ ยังมีความเป็นห่วงว่า หากสถานการณ์น้ำลุกลามไปถึงนิคมอุตสาหกรรมฝั่งตะวันตก เช่น นิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร และนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร ก็จะยิ่งทำให้การแก้ปัญหาทำได้ยากขึ้น เพราะโรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ของไทยล้วนๆ และส่วนใหญ่ยังเป็นโรงงานอุตสาหกรรมอาหารทะเลแปรรูป และอุตสาหกรรมสิ่งทอเครื่องนุ่งห่ม
อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามูลค่าเงินลงทุนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯจะมีมูลค่าน้อยกว่านิคมอุตสาหกรรมในฝั่งตะวันออก แต่หากพื้นที่ดังกล่าวโดนน้ำท่วมก็อาจทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนอาหารได้ เพราะเป็นแหล่งสำรองอาหารส่งออกของประเทศ
นายสมมาต ขุนเศษฐ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้มีโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมากได้ว่าจ้างให้โรงงานในประเทศจีน เวียดนาม อินโดนีเซีย ผลิตสินค้าแทน เนื่องจากผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องรักษาเครดิตกับลูกค้าจึงจำเป็นต้องหาสินค้าที่มีคุณภาพเท่าเทียมส่งให้ทันตามกำหนดหรือต้องล่าช้าน้อยที่สุด เพราะเกรงว่าหากไม่มีสินค้าส่งในอนาคตอาจทำให้ลูกค้าต่างประเทศหันไปสั่งซื้อสินค้าจากเพื่อนบ้านบางส่วนเพื่อกระจายความเสี่ยงต่างๆ
ขณะเดียวกันก็มีโรงงานหันไปเช่าพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ หรือพื้นที่ว่างเปล่าเพื่อตั้งโรงงานหรือสำนักงานชั่วคราวในการผลิตสินค้า ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ในภาคตะวันออกเพราะน้ำยังไม่ท่วม เพราะเชื่อว่าการฟื้นฟูนิคมฯที่ถูกน้ำท่วมต้องใช้เวลาหลายเดือน ซึ่งหากโรงงานหยุดนานๆ อาจทำให้คำสั่งซื้อ หายหมด
อย่างไรก็ตามในภาพรวมลูกค้าในต่างประเทศก็เข้าใจสถานการณ์ไทยดี และจำนวนมากอาจไม่มีการปรับในกรณีที่ไทยส่งสินค้าล่าช้ากว่ากำหนด แต่สถานการณ์การแข่งขันทางการตลาดที่สูงจำเป็นที่โรงงานต่างๆ ต้องดิ้นรนในการหาสินค้าส่งลูกค้าให้ได้







