
รัฐจัดหนัก1.6แสนล้าน
‘กิตติรัตน์’อนุมัติแผนเยียวยา1ปีเปิดแคมเปญช่วยดะเงินกู้ยันภาษี
‘กิตติรัตน์’อนุมัติแผนเยียวยา1ปีเปิดแคมเปญช่วยดะเงินกู้ยันภาษี
คณะกรรมการชุดกิตติรัตน์เห็นชอบแผนฟื้นฟู 1 ปีหลังน้ำลดร่วม 1.6 แสนล้าน
คณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และความเป็นอยู่ของประชาชน (กศอ.) ที่มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน มีมติเห็นชอบแผนการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยช่วง 1 ปีหลังน้ำลด (ต.ค. 2554-ก.ย. 2555) ใช้งบทั้งสิ้น 1.15 แสนล้านบาท และจัดงบช่วยเพิ่มเติมอีก 4.58 หมื่นล้านบาท
ประชาชนทั่วไปจะให้ความช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านและทรัพย์สินที่เสียหายไม่เกิน 3 หมื่นบาทต่อหลัง
สินเชื่อเพื่อการเคหะของธนาคารอาคารสงเคราะห์และธนาคารออมสิน 3 หมื่นล้านบาท วงเงินกู้ไม่เกิน 100%
มาตรการยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย นำค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวในประเทศ 1.5 หมื่นบาทมาหักลดหย่อนภาษีได้ ผ่อนผันชำระค่าไฟฟ้า 3 เดือน ผ่อนผันค่าน้ำ ยกเว้นค่าโทรศัพท์บ้านและอินเทอร์เน็ต จัดแผนการดำเนินงานฟื้นฟูเศรษฐกิจเพื่อลดค่าครองชีพ วงเงิน 2,000 ล้านบาท
เกษตรกรช่วยเหลือความเสียหายกรณีพิเศษ 8,174 ล้านบาท ออกมาตรการสินเชื่อกลุ่มเกษตรกร 3 หมื่นล้านบาท โดยให้กู้เพื่อฟื้นฟูและประกอบอาชีพไม่เกิน 1 แสนบาทต่อราย และลดดอกเบี้ยลง 3%
แรงงาน มีมาตรการจ่ายชดเชยกรณีเลิกจ้างตามกฎหมาย 50% ของเงินเดือน แต่ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท เป็นเวลา 6 เดือน
มาตรการสินเชื่อต้นทุนต่ำของประกันสังคม 8,000 ล้านบาท นำไปซ่อมแซมบ้านตัวเองหรือของบิดามารดารายละไม่เกิน 5 หมื่นบาทคิดดอกเบี้ย 2.5%
มาตรการฟื้นฟูสถานประกอบการเอสเอ็มอีด้วยงบ 500 ล้านบาท จัดวงเงินกู้เพื่อซ่อมแซมและเป็นทุนหมุนเวียนรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท เป็นเวลา 6 ปี ดอกเบี้ย 6%
ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยปล่อยกู้ 2,000 ล้านบาท รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท ดอกเบี้ย 3% คงที่ 3 ปี จัดสินเชื่อส่งเสริมการจ้างงาน 1 หมื่นล้านบาท ออมสินปล่อยสินเชื่อ 4 หมื่นล้านบาท
รัฐบาลจะสนับสนุนงบประมาณเพื่อชดเชยอัตราดอกเบี้ย ให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และผู้ประกอบการเพื่อลงทุนระบบป้องกันอุทกภัย 1.5 หมื่นล้านบาท ประสานเจบิกปล่อยสินเชื่อแก่ผู้ประกอบ 5 หมื่นล้านบาท ผ่อนปรนชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย
กิจการผลิตรถยนต์ทั่วไป เห็นควรให้ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 5 ปี ทุกเขตนิคมฯ โดยไม่จำกัดวงเงิน
นอกจากนี้ จะมีมาตรการช่วยเหลือระยะ 1 ปีเพิ่มเติม ในวงเงินงบประมาณ 4.58 หมื่นล้านบาท และจัดคลินิกอุตสาหกรรมฟื้นฟูเอสเอ็มอีและอุตสาหกรรมท่องเที่ยววงเงิน 5,000 ล้านบาท







