
ทียูเอฟยอดขาย-กำไรไตรมาส3พุ่ง
"ทียูเอฟ"ปลื้มกำไร-ยอดขายไตรมาส 3 พุ่ง ทุบสถิติอีกครั้ง ทำยอดกำไร 1.5พันล้าน โต91%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว
"ทียูเอฟ"ปลื้มกำไร-ยอดขายไตรมาส 3 พุ่ง ทุบสถิติอีกครั้ง ทำยอดกำไร 1.5พันล้าน โต91%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว
นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ หรือทียูเอฟ ผู้ผลิตและส่งออกอาหารทะเลแช่แข็งและบรรจุกระป๋องรายใหญ่ของไทย เผยถึง “ผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ประจำปี 2554 ว่า บริษัทสามารถทำกำไรสุทธิได้เท่ากับ 1,561 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 91% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิเท่ากับ 817 ล้านบาท ขณะที่ยอดขายในไตรมาสนี้ก็มีเติบโตเช่นเดียวกัน โดยยอดขายในรูปเงินเหรียญสหรัฐเพิ่มขึ้น 50% จาก 555 ล้านเหรียญสหรัฐในปีที่แล้ว มาเท่ากับ 831 ล้านเหรียญสหรัฐในปีนี้ ส่วนยอดขายในรูปเงินบาทเท่ากับ 25,105 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ของปีที่แล้ว ที่มียอดขายเท่ากับ 17,438 ล้านบาท
สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ บริษัททำกำไรสุทธิไปแล้ว 3,551 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิเท่ากับ 2,521 ล้านบาท ขณะที่ยอดขายช่วง 9 เดือนในรูปของเงินเหรียญสหรัฐเท่ากับ 2,395 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตขึ้น 51% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มียอดขายเท่ากับ 1,581 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนยอดขายในรูปเงินบาทนั้นก็มีการเติบโตที่ดีเช่นเดียวกัน โดยมียอดขายเท่ากับ 72,671ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% เมื่อเทียบกับช่วง 9 เดือนของปีที่แล้วที่มียอดขาย 50,859 ล้านบาท
จากวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในยุโรป ทำให้นักลงทุนหลายท่านวิตกกังวลว่า จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจของเอ็มดับบลิว แบรนด์ ซึ่งเป็นบริษัทย่อย เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายธีรพงศ์ชี้แจงว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในยุโรปไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท ซึ่งจากผลการดำเนินงานของเอ็มดับบลิว แบรนด์ที่ผ่านมาในหลายไตรมาสก็สามารถพิสูจน์ให้เห็นแล้ว สินค้าของบริษัทเป็นสินค้าประเภทอาหารซึ่งจำเป็นต่อการบริโภค ประกอบกับสินค้าของบริษัทก็เป็นสินค้าที่ราคาไม่แพง ดังนั้นจึงไม่ได้รับผลกระทบดังกล่าว
สำหรับสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น และขยายวงกว้างไปในหลายพื้นที่ขณะนี้ นายธีรพงศ์กล่าวว่า บริษัทมีการติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด แม้ว่าขณะนี้บริษัทจะยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่จากการที่โรงงานของเราตั้งอยู่ในอ.เมือง จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นทางผ่านของน้ำเพื่อไหลลงสู่แม่น้ำท่าจีน บริษัทจึงต้องมีการเตรียมพร้อมรับกับสถานการณ์ตลอดเวลา โดยมีการตั้งแนวกระสอบทรายรอบโรงงาน และเตรียมพร้อมสำหรับเครื่องสูบน้ำมีการเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง รวมถึงการทำแนวป้องกันเครื่องจักรภายในโรงงาน
นอกจากมาตรการปกป้องโรงงานแล้ว บริษัทยังมีมาตรการให้ความช่วยเหลือแก่พนักงานที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติดังกล่าว โดยการจัดหาที่พักให้ รวมถึงมีการจัดตั้งศูนย์อพยพภายในโรงงานให้กับพนักงานและครอบครัวของพนักงาน นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งทีม TUF จิตอาสา เพื่อเข้าช่วยเหลือพนักงานที่ประสบภัยในการเคลื่อนย้ายอพยพออกจากพื้นที่ และสำหรับพนักงานที่ไม่สะดวกในการเดินทางมาทำงาน ก็สามารถปฏิบัติงานที่บ้านได้







