posttoday
กกร.ขอรัฐตั้งกองทุน7หมื่นล้าน ฟื้นเอสเอ็มอีหลังน้ำลด

กกร.ขอรัฐตั้งกองทุน7หมื่นล้าน ฟื้นเอสเอ็มอีหลังน้ำลด

29 ตุลาคม 2554

พงษ์ศักดิ์ อัสสกุล ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบัน

พงษ์ศักดิ์ อัสสกุล ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบัน

ภาคเอกชน หรือ กกร. เห็นชอบให้เสนอ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและเล็ก หรือเอสเอ็มอี ที่ประสบวิกฤตภาวะน้ำท่วม โดยนำเงินภาษีนิติบุคคลที่รัฐบาลประกาศจะลดในปี 2555 มูลค่า 7 หมื่นล้านบาท มาช่วยในจุดนี้แทน

นอกจากนี้ การที่รัฐบาลมีแนวคิดลดภาษีนิติบุคคลที่เรียกเก็บจากเดิม 30% เหลือ 23% ในปี 2555 แต่ กกร.เห็นว่ารัฐบาลควรเก็บเท่าเดิม แล้วนำเงินดังกล่าวมาช่วยเหลือเอสเอ็มอี โดยให้เอกชนเป็นผู้นำในการบริหารกองทุน และให้ธนาคารไทยเป็นผู้รับผิดชอบ เบื้องต้นได้รับความร่วมมือจากเอกชนรายใหญ่ที่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าวแล้ว เช่น ปตท. เอสซีจี เป็นต้น

กกร.ขอรัฐตั้งกองทุน7หมื่นล้าน ฟื้นเอสเอ็มอีหลังน้ำลด

“ต้องการให้ทุกบริษัทร่วมมือกันเพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ต้องประสบภาวะวิกฤตในทุกทาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องซอฟต์โลน หรือการให้ความช่วยเหลือด้านอื่นๆ เพราะจะปล่อยให้เอสเอ็มอีเคว้งไม่ได้ และถ้าภาคอุตสาหกรรมหลักฟื้นเร็ว เศรษฐกิจของประเทศก็จะกลับมาเร็ว” พงษ์ศักดิ์ กล่าว

พร้อมกันนี้เอกชนยังต้องการให้รัฐบาลทบทวนนโยบาย งบประมาณ และยุทธศาสตร์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ยกเลิกโครงการประชานิยมที่ยังไม่จำเป็น เพื่อนำงบประมาณมาใช้ในการฟื้นฟูประเทศอย่างเร่งด่วน ซึ่งเป็นเรื่องที่จำเป็นกว่ามาก รวมทั้งการสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวให้กับนักลงทุนเพื่อรักษาฐานการผลิตและเป็นศูนย์กลางด้านซัพพลายเชนให้กลับมาโดยเร็ว

สิ่งที่ กกร.อยากเห็นอย่างมากในขณะนี้ คือ การแก้ไขปัญหาเรื่องระบายน้ำที่เป็นเอกภาพจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ควรต้องหันมาร่วมมือกัน อย่าต่างคนต่างทำ เพื่อให้น้ำลดโดยเร็ว รวมไปถึงแผนการบริหารจัดการน้ำในระยะยาวที่ควรมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาแก้ปัญหาอย่างจริงจังและเป็นระบบ

พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำและการสร้างเขื่อนป้องกันแต่ละนิคมอุตสาหกรรมควรถูกจัดให้เป็นวาระระดับชาติที่ต้องมีผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามาดูแล และต้องเป็นนโยบายต่อเนื่องทุกรัฐบาล เพื่อรับมือวิกฤตการณ์ฉุกเฉินและปัญหาภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต

ขณะที่มาตรการเยียวยา ควรตั้งกองทุนระยะยาวเพื่อดูแลนิคมอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ และช่วยอำนวยความสะดวกไม่ให้ผู้ประกอบการเอกชนติดขัดในเรื่องเงื่อนไขต่างๆ รวมทั้งการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งขณะนี้ได้รับความร่วมมือจากทางธนาคารทหารไทยปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3% เป็นระยะเวลา 3 ปีแล้ว

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน